ปีนี้ Gadget ได้เปลี่ยนภาพจาก “ของเล่นคนรวย” ที่แสนจะไกลตัวให้กลายเป็นอุปกรณ์เปลี่ยนวิถีชีวิตให้ดูเป็น “ชนชั้นกลางแบบไฮโซ” มากขึ้น กลุ่มลูกค้าที่เล่น Gadget ในสยามประเทศปี 2009 จึงขยายฐานจากเดิม ลงมาสู่ชนชั้นกลางมากขึ้น และลามไปถึงชนชั้นล่างบางส่วนที่พยายามเกาะกระแสสังคมให้ทัน
จริงๆ ภาวะแบบนี้เกิดขึ้นเสมอในสังคมไทยนะครับ ไม่จำเป็นต้องเกิด Gadget Fever อย่างที่ผมบอกก็ได้ แต่ปีนี้ค่อนข้างเด่นชัด โดยเฉพาะปฏิกิริยาเร่งโตอย่างปรากฎการณ์ “นช.ทวิต” เป็นตัวชูโรงครับ
เราต้องยกความดีความชอบส่วนหนึ่งให้กับ นช. ท่านนั้นที่ได้สร้างคุณูปการแก่วงการไอทีไทยอีกแล้ว เพราะผมไม่เคยเห็นใครบนโลกใบนี้ทวิตอะไรก็เป็นข่าวลงสื่อแทบทุกช่องทางในสยามประเทศ ความสะใจของการเสพสื่ออย่างนึงคือการเข้าใกล้ติดขอบจอ เมื่อ นช. เค้าทวิต แฟนๆ รากหญ้าของเขาก็พยายามจะหาช่องทางในการติดตามข่าวสารด้วยวิธีการต่างๆ
นั่นทำให้กระแส Netbook Fever เกิดขึ้นในสยามประเทศช่วงตั้งแต่ต้นปีมา ผมไม่ได้เหมารวมถึงภาวะนี้ว่าเกิดจาก นช. อย่างเดียวนะครับ เพราะภาวะความกลัวการเผชิญหน้าของชาวสยามได้ซึมลึกเกินกว่าที่เราจะมาพบปะประจัญหน้าเพื่อพูดคุยและแลกเปลี่ยนความเห็นอย่างเสรีเหมือนก่อน จึงหลีกเลี่ยงไปแสดงความเห็นในเว็บบอร์ด หรือ Social Network อื่นๆ กัน
พลอยให้อุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อ Social Network นั้นพลอยขายดีไปด้วย เช่น มือถือที่สามารถต่อเน็ตได้, Netbook หรือ Aircard
ส่วนใครที่ไม่อาจตามโลก 2.0 ได้ก็ไม่ได้หมดหนทางเสียทีเดียว ยังมีโลก 1.0 ให้ติดตามกันอยู่ โดยเฉพาะจานดาวเทียมหลากสีหลายยี่ห้อ ที่สร้างความรู้สึก “เชื่อมโลก” ใบโตให้อยู่แค่หน้าจอโทรทัศน์ ลบภาพที่คนอื่น (โดยเฉพาะชนชั้นกลางในเมือง) ดูแคลนว่าสังคมปริมณฑลเป็นพวกไร้โลกทัศน์ลง

ภาพจาก Google Images
Gadget ที่เป็นพระเอกประจำปีนี้อย่าง Netbook จึงมีอัตราการขยายตัวสูงมากอย่างมีนัยสำคัญ อย่าลืมนะครับว่าสยามประเทศมีพื้นที่ให้บริการอินเตอร์เน็ตแบบไร้สายครอบคลุมแค่ไม่กี่ตารางกิโลเมตร เอาแค่ในเมืองหลวงก็ยังไม่เต็มพื้นที่ดีเลย หากหวังพึ่ง 3G นี่คงแล้วใหญ่ ประหนึ่งรอถูกหวยรางวัลที่ 1 แต่ไม่คิดจะซื้อหวยกันนั่นแหละครับ
ชื่ออุปกรณ์ก็บอกอยู่แล้วว่า Netbook ไม่ใช่ Notebook การใช้งานหลักจึงมีเพียง CPU ที่รองรับการใช้งานอินเตอร์เน็ตและการใช้งานอื่นๆ เบื้องต้นเท่านั้น ถ้าอินเตอร์เน็ตไม่ดีหรือไม่มี การทำงานอื่นก็แทบไม่สร้างประโยชน์ใดๆ ให้กับ Netbook เลย แม้ว่าข้อดีที่สร้างความน่าสนใจของมันคือน้ำหนักที่เบา แต่หน้าจอที่มีขนาดเล็กสร้างปัญหาการใช้งานให้กับผู้ใช้งานที่ต้องการทำงานต่อเนื่องกันนานๆ ให้ปวดตา และคีย์บอร์ดไทยที่จำเป็นต้องลดขนาดลงเพื่อยัดลงในโครงสร้างขนาดเล็กได้
แต่ด้วยความต้องการของผู้บริโภคที่อยากสร้างแบรนด์ให้กับตัวเองว่าเป็นคนทันสมัย ติดตามข่าวสารบ้านเมืองแบบไม่ถูกปิดกั้น ลบภาพที่ชนชั้นอื่นดูถูก หรือเลือกที่จะเข้าสู่สังคมเสมือนที่ปราศจากเรื่องการเมืองที่บังคับให้เลือกข้างเช่นนี้ การปลีกวิเวกด้วยอุปกรณ์ที่ย่อมเยาและพกพาสะดวกเช่นนี้ จึงเป็นที่นิยม และได้รับเลือกให้เป็น Gadget of The Year แห่งสยามประเทศครับ
แต่ปีหน้า Netbook แป๊กแน่นอนนะครับ
ถ้าในมุมมองของเทคโนโลยี Intel บอกมาแล้วว่าสุดท้ายแล้วผู้ใช้งานก็ไม่ได้ชอบ Netbook ซะเท่าไหร่หรอก และเทคโนโลยี Touch Screen กำลังมาแรงด้วย Netbook จะถูกแปลงสภาพเป็น Tablet ราคาย่อมเยามากกว่า
ถ้าเฉพาะในสยามประเทศ เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น คนเริ่มจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น Netbook ที่มีราคาหมื่นต้นๆ ก็จะถูกแทนที่ด้วย Notebook ที่ทรงพลังกว่า ด้วยราคาที่คุ้มกว่า ขณะเดียวกันสังคมจะเริ่มนิ่งและเปิดกว้างให้แสดงออกมากขึ้น การพบปะพูดคุยเสวนากันแบบเจอกันตัวเป็นๆ จะกลับมาอีกครั้ง Social Network ก็จะลดความเชี่ยวกรากลงจากที่เคยเป็นเช่นทุกวันนี้
กระแส Netbook จะลดลง ตราบใดที่เรายังไม่มี 3G และนช. คนนั้นไม่ได้กลับมาเป็นใหญ่อีกครั้ง
ผมภาวนาให้ตัวเองคิดผิดเรื่องกระแส Netbook ด้วยเหตุผลข้อแรกข้อเดียวครับ!
No comments yet. Be the first.
ฝากข้อความ หลังจากได้ยินเสียงสัญญาณ
