UP2GU.NET

iPad เปลี่ยนโลก?

ในค่ำคืนหนึ่ง ทันทีที่จบ Keynote ของสตีฟ จ๊อบ ผู้คนในแวดวงไอทีต่างกล่าวขวัญถึงของเล่นชิ้นใหม่ หน้าตาคุ้นเคยอย่าง iPad ว่าจะมีความสามารถในการเขย่าโลกได้เหมือนกับรุ่นพ่ออย่าง “iPod” ที่กลายเป็นเครื่องหมายการค้าของเครื่องเล่นเพลงแทนที่ Walkman หรือรุ่นพี่อย่าง “iPhone” ที่เปลี่ยนให้ Apple กลายเป็นบริษัทอุปกรณ์ไร้สายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แทนที่เจ้าพ่อมือถืออย่าง Nokia

รูปจาก New York Times

เสียงวิพากย์วิจารณ์ยังคงดังต่อเนื่องถึงความที่ iPad อยู่กึ่งกลางระหว่าง iPhone กับ Macbook ตามที่ Apple ได้วางไว้ ทำให้ความสามารถของมันเทียบเท่า iPhone หน้าจอใหญ่ 9 นิ้วที่โทรออกไม่ได้ เกะกะเกินกว่าจะถือติดตัวไปไหนต่อไหน พอร์ตต่างๆ ไม่ได้ครบครันอย่างที่คาดหวัง ต้องพึ่งพิงอุปกรณ์ต่อเชื่อมอีกมากมาย และประเด็นสำคัญคือ เล่น Flash Player ไม่ได้

ถ้าใครยังจำห้วงเวลาที่ iPhone ออกมาครั้งแรกได้ จะพอเข้าใจถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ในทุกผลิตภัณฑ์และการวางแผนการตลาดที่แยบยลของ Apple พวกเขาไม่เคยยอมให้โลกเปลี่ยนความคิด เพราะความคิดของเขาต่างหากที่มีพลังพอจะเปลี่ยนโลกทั้งใบได้

ในตอนนั้นมีกระแสวิพากย์วิจารณ์ถึงคุณสมบัติที่ด้อยกว่าของ iPhone การทำงานที่ง่ายดายอย่างการส่ง MMS หรือแม้แต่การส่งข้อมูลไปมาระหว่างเครื่องด้วย Bluetooth ไม่มีให้ใช้งานบนโทรศัพท์ที่อ้างตัวว่าเป็น Smartphone ราคาสองหมื่นปลายๆ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ทุกคนกลับยอมรับในมาตรฐานที่ควรจะเป็นแบบที่ Apple ได้ตั้งใจเลือกให้เป็นแบบนั้น

ตอนนั้น Apple ให้เหตุผลที่น่าฟังคือ MMS เป็นเทคโนโลยีคอขวด ไม่สามารถส่งไฟล์ใหญ่ๆ ได้ ถ้าจะให้ใช้งานได้อย่างเต็มที่ต้องผ่านวิธีการอื่น เช่น Email

ผมคาดเดาว่า ที่ Apple ยังคงดื้อเรื่อง Flash Player อยู่เพราะเขาประเมินแล้วว่า แม้ใครๆ จะใช้ Flash กันทั้งบ้านทั้งเมือง แต่บรรดาเกมที่อยู่บน iPhone ทั้งหมดก็มีภาพที่สวยงามหรืออาจจะดีกว่า Flash และ Flash เองจะดึง CPU ให้ช้าจนไม่สามารถใช้งานได้ดีเท่าที่ควรจะเป็น การเพิ่มประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์มีมูลค่าสูงกว่าการ “บีบ” ให้ไปใช้มาตรฐานอื่นที่ดีกว่า เบากว่า และยืดหยุ่นกว่าอย่าง HTML5

หาก iPod และ iTunes มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนวงการเพลงให้เข้าสู่ยุคดิจิตอลเต็มตัว ผมเชื่อว่า iPad และ iBooks จะเป็นสิ่งที่ทำให้วงการสิ่งพิมพ์เข้าสู่ยุคดิจิตอลเต็มตัวเช่นกัน ในเมื่อทุกอย่างในวงการสิ่งพิมพ์ยุคใหม่ถูกผลิตด้วยรูปแบบดิจิตอลกันเกือบหมด เพียงแต่มันต้องเอาไปพิมพ์บนกระดาษให้มีต้นทุนที่สูงขึ้น การที่นำไฟล์พวกนั้นมาดัดแปลงแก้ไขเพื่อให้รองรับบนอุปกรณ์ชิ้นนี้ มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากหรือทำให้ต้นทุนการพิมพ์สูงขึ้นแต่อย่างใด

ที่สำคัญ ลูกเล่นอื่นที่หนังสือทั่วไปไม่สามารถทำได้อย่างใส่วีดิโอ เพลงหรือเสียงบรรยาย หรือแม้แต่รูปประกอบแบบไม่อั้น ยิ่งทำให้คุณค่าของหนังสือเพิ่มขึ้น ทั้งในด้านความน่าสนใจในการนำเสนอ หรือการช่วยอำนวยสะดวกให้กับลูกค้าเชิงกว้างมากขึ้น เช่น ช่วยเหลือผู้พิการให้เข้าถึงหนังสือได้ง่ายขึ้น หรือกลายเ็ป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนในโรงเรียน ในมหาวิทยาลัยต่างๆ อาจารย์ผู้สอนสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับสื่อการสอนของตัวเอง ให้ผู้เรียนได้เกินการเรียนรู้อย่างรวดเร็วและหลากหลาย ด้วยเทคโนโลยีที่พวกเขาถืออยู่ในมือ

ไม่ว่า iPad จะประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นเหมือน iPod และ iPhone หรือไม่ ผมเชื่อว่า iPad จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เข้าสู่ยุคดิจิตอลเต็มรูปแบบ ไม่แพ้พี่ๆ ทั้งสองคนแน่ครับ

No comments yet. Be the first.

ฝากข้อความ หลังจากได้ยินเสียงสัญญาณ

Mexico