UP2GU.NET

Review : นิตยสารแจกฟรี Digital Lifestyle

วันก่อนซื้อนิตยสาร GM ฉบับครบรอบ 23 ปีมา ซื้อเล่มแรกในรอบหลายเดือนเพราะปกเล่มนี้ไม่ใช่รูปผู้ชายครับ ฮ่าๆ ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ มันแถมนิตยสารแจกฟรี เนื้อหาเกี่ยวกับ Technology และ Gadget ต่างๆ ชื่อ “Digital Lifestyle” หรือย่อว่า “DL” น่าจะเป็นฉบับแรกที่ออกมาของนิตยสารหัวนี้ครับ

พลิกอ่านไปมา ผมได้พบกับสัดส่วนเนื้อหาที่แปลกประหลาด และไม่คิดว่าจะปรากฎในเครือนิตยสารที่มีคุณภาพอย่าง GM เริ่มตั้งแต่บทบรรณาธิการ ที่พยายามเอาคำพระ เล่าถึงกราฟ และพูดถึงวิถีของผู้รัก Gadget ว่าสุดท้ายแล้ว ถึงคุณจะมีอุปกรณ์อะไรก็ไม่ได้ช่วยให้มีความสุขอะไรมาก ทุกสิ่งล้วนอยู่ที่ใจ (อ้าว… แล้วกูจะอ่านทำแมวน้ำอะไรว่ะ?)

ต่อมาก็พบกับสัดส่วนของโฆษณาแบบโต้งๆ โฆษณาแอบแฝงที่เนียนและไม่เนียนอยู่หลายที่ ผมเข้าใจดีว่าธุรกิจสิ่งพิมพ์สมัยนี้ล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับโฆษณา แต่ช่วยกรุณาหาสปอนเซอร์ให้เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่คุณพูดถึงหน่อย เช่น เล่าเรื่อง iPhone แต่คุณไม่เห็นไปขอโฆษณาจากทรูมูฟ อย่างนี้ทรูมูฟสบายแฮเพราะมีคนโฆษณาให้ฟรีโดยไม่เสียเงินซักบาท แต่นิตยสารเสียหน้าสีไป 2 หน้าเต็ม ฮ่าๆๆ

เนื้อหาภายในแม้ตีมหลักจะไฮเทค แต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่เก่า และให้น้ำหนักกับเรื่องบางเรื่องมากไปจนน่ารำคาญ เช่น พูดถึง Wi-Fi จริงๆ ไม่ต้องท้าวความมากว่าความเป็นมาคืออะไร แต่ควรกระชับถึง “ปัจจุบัน” และ “อนาคต” ของเทคโนโลยีนี้มากกว่า

ที่สำคัญ ไม่ต้องเน้น Wi-Fi ซะหมด เช่น ร้านนี้มีไวไฟนะเธอ โรงแรมนี้ก็มีไวไฟนะเธอ สปานี้ก็มีไวไฟนะเธอ อยู่ในทุกที่ที่พูดถึงสถานที่ต่างๆ หรือไม่ก็รวบไปเป็นคอลัมน์ตระเวณเที่ยว + หลอกแดกฟรีไป รีวิวอาหาร บรรยากาศ พูดถึงความเร็วและการเข้าใช้งาน Wi-Fi ของร้านนี้ว่าดีมั้ย เพราะบางร้านบอกเล่นฟรี แต่ต้องไปขอ Access Code อยู่ดี

แต่ผมเชื่อว่าในเล่มต่อๆ ไปคงมีแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่านี้ครับ :)

 

สุดท้าย อันนี้เป็นข้อเรียกร้องไปยังนิตยสาร หรือหนังสืออื่นๆ ว่าถ้าอยากเห็นเมืองไทยเป็น “อารยะ” ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ช่วยนำเสนอเนื้อหาการใช้งานแบบถูกต้องลิขสิทธิ์กันหน่อยครับ เลิกซักทีกับการหาทริปวิธีการแก้ Genius บน XP, วิธีการ Jailbreak iPhone แล้วหันมาส่งเสริมการใช้งานที่ควรจะเป็น ใครจะรีวิว Windows ก็จะได้พูดถึงความคุ้มค่าที่จะเสียเงิน สอนการใช้ GIMP ให้เทพเหมือนกับใช้ Photoshop หรือแม้แต่การรีวิว iPhone App. ที่มีเป็นหมื่นตัว ทำเป็นปีก็ไม่หมดหรอกครับ

 

อย่างนี้ค่อยเรียกว่า “สื่อ (ไอที) สร้างสรรค์” อย่างแท้จริง

4 comments

« Previous PageNext Page »