ห้างไม่ง้อ ไปหอศิลป์
วันนี้ตั้งใจว่าจะไปหอศิลป์กรุงเทพฯ หรือชื่อเต็มๆ ว่า หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร หลังจากที่อ่าน art4d ฉบับที่พูดถึงหอศิลป์กรุงเทพ พร้อมๆ กับที่เมื่อวานรุ่นพี่ที่มหาลัยไปมาแล้วบอกว่าดี เลยว่าจะแวะไปดูเสื้อทีม Asoke Ranger เสร็จแล้วค่อยดูหอศิลป์
เป็นความภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก ถึงขนาดที่เดินดูงานศิลป์สวยๆ ไปพร้อมยืดอกไป เหมือนว่าสถานที่แห่งนี้ผมมีส่วนร่วมในการทำให้มันเกิดขึ้นได้ เพราะโปรเจคนี้เกิดขึ้นในสมัยอดีตผู้ว่ากทม. พิจิตร รัตตกุล พอถึงสมัยอดีตผู้ว่าชิมไปบ่นไป เสือกอยากให้เป็นห้างซะงั้น ทำให้ศิลปินออกมาต่อต้านและเรียกร้องให้โครงการนี้เป็นสิ่งที่ควรจะเป็นผมจำได้ว่าตอนเลือกตั้ง ผมเลือกคุณพิจิตรอีกครั้งเพราะเรื่องหอศิลป์ล้วนๆ แต่ก็ไม่ได้รับเลือก พอเป็นคุณอภิรักษ์ ผมก็เลือกอีกครั้งก็เพราะหอศิลป์เหมือนกัน

นานๆ ทีจะได้มีความรู้สึกถึงความคุ้มค่าของเงินภาษีที่จ่ายไป หอศิลป์นี้ใช้งบประมาณ 500 ล้านบาท ผมว่ามันไม่แพงเลยถ้าเทียบกับค่าน้ำชาของเมกกะโปรเจคที่ไม่เกิดผลหรือสร้างคุณค่าใดๆ ให้สังคม และอาจจะเป็นความตั้งใจของหอศิลป์นี้ ที่ทางเดินที่เชื่อมกับ skywalk มีผังของโครงการเครือข่ายรถไฟฟ้าทั้งระบบ ภายใต้หัวข้อการนำเสนอแบบเจ็บแสบว่า “ถ้าเมืองไทยไร้คอร์รัปชั่น”
หอศิลป์แห่งนี้มีทั้งหมด 9 ชั้น ใต้ดิน 3 ชั้น ด่านฟ้าอีกชั้นนึง การออกแบบแม้ข้างนอกจะดูทึบๆ ไปหน่อย แต่ภายในค่อนข้างโล่ง มีพื้นที่ทั้งการจัดนิทรรศการ ห้องประชุม ห้องสมุดศิลปะ และห้องกระจกเล็กๆ สำหรับการแสดง ทีแรกเหมือนตัวเองอยู่ในสยามพารากอนตรงที่มีบันไดเลื่อนพาดไปมา แต่ที่นี่ดูโล่งและเป็นระเบียบกว่า อ้อ.. สำหรับผู้พิการมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้อย่างดีเลยครับ ขอชมเชยๆ
ผมเดินดูงานนิทรรศการรอยยิ้มสยามครบทุกชั้น ทุกชิ้น แต่พวกหนังหรือวิดิโอไม่ได้ดูนานเท่าไหร่ครับ มีผลงานหลายชิ้นที่มีการนำเสนอแบบสื่อผสมที่น่าสนใจ จนแอบคิดไปว่าน่าจะไปยุให้รุ่นน้องจัดแสดงผลงานธีสิสแบบนี้บ้าง หรือผลงานอีกหลายชิ้นเป็นของศิลปินระดับประเทศ และชื่อเจ้าของผลงานก็ระดับประเทศอีกเช่นกัน
มีอาสาสมัครพาชมนิทรรศการด้วย แต่ไม่ได้ใช้บริการครับ ที่แอบเห็นคือเหมือนมีกิจกรรมเล็กๆ เป็นใบงานสำหรับเด็ก ให้ลองหางานศิลปะตามรูปในใบงานและตอบคำถามให้ครบ ก็น่าสนุกดีเหมือนกันครับ
เอาเป็นว่าดูภาพข้างล่างดีกว่าครับ หรือไม่งั้นลองหาเวลาว่างไปเดินชมงานศิลปะสวยๆ ถ้าใครชอบถ่ายรูปก็ลองไปถ่ายแนวอินทีเรียก็ได้ครับ มีมุมสวยๆ ให้เลือกเยอะเหมือนกัน
ถ้าเป็นไปได้ ประเทศไทยมีที่แบบนี้เยอะๆ เดินทางสะดวกหน่อย คงดีไม่น้อย
ปล. แถมประวัติของหอศิลป์กรุงเทพฯ จาก wikipedia ครับ
No comments



