<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>UP2GU.NET</title>
	<atom:link href="http://www.up2gu.net/blog/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.up2gu.net/blog</link>
	<description></description>
	<pubDate>Fri, 19 Jun 2009 08:02:57 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=abc</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>ข้อควรรู้เมื่อจะอัพเกรด iPhone Firmware 3.0</title>
		<link>http://www.up2gu.net/blog/teck-know/worth-knowing-iphone-firmware-3</link>
		<comments>http://www.up2gu.net/blog/teck-know/worth-knowing-iphone-firmware-3#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Jun 2009 07:39:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>BlueScreen</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Tech Know]]></category>

		<category><![CDATA[dtac]]></category>

		<category><![CDATA[firmware 3.0]]></category>

		<category><![CDATA[iPhone]]></category>

		<category><![CDATA[mms]]></category>

		<category><![CDATA[upgrade]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.up2gu.net/blog/?p=179</guid>
		<description><![CDATA[
firmware 3.0 มีขนาดประมาณ 200 กว่าๆ เม็ก ใช้ iTunes 8.2 ในการอัพเกรด และเสียเวลาในการอัพเกรดเฟิร์มแวร์ประมาณ 10-15 นาที
ก่อนเริ่มการอัพเกรดเฟิร์มแวร์นั้น คอมที่ใช้ต้องต่อเน็ตก่อน เพื่อ connect กับ Apple Server ไม่งั้นเริ่มขั้นตอนไม่ได้
ระหว่างการอัพเกรด หน้าจอ iPhone จะเป็นรูปแอปเปิ้ลพร้อมแถบแสดงสถานะการโหลดอยู่ สามารถใส่ซิมลงไปได้ โดยไม่กระทบต่อการโหลด
เพราะถ้าไม่ใส่ซิม iPhone จะเป็นเฟิร์มแวร์ 3.0 แต่เครื่องถูกล็อค ใช้งานไม่ได้ และต้องเสียเวลาทำใหม่
เมื่อทำการอัพเกรดเสร็จแล้ว แนะนำให้เข้าไปใส่ My Number เพื่อเปิดใช้งาน MMS
กรณีที่เป็นลูกค้าทรูมูฟ เครื่องจะขึ้น popup ให้ใส่ My Number หรือเบอร์โทรของซิมที่อยู่ในเครื่องทันที สะดวกมาก
ถ้าเป็นลูกค้าเจ้าอื่น ต้องไปตั้งค่า MMS เอง โดยเข้าไปที่ Setting &#62; General &#62; Network &#62; Cellular Data
ข้อมูลการตั้งค่าของ AIS
APN [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<ol>
<li>firmware 3.0 มีขนาดประมาณ 200 กว่าๆ เม็ก ใช้ iTunes 8.2 ในการอัพเกรด และเสียเวลาในการอัพเกรดเฟิร์มแวร์ประมาณ 10-15 นาที</li>
<li>ก่อนเริ่มการอัพเกรดเฟิร์มแวร์นั้น คอมที่ใช้ต้องต่อเน็ตก่อน เพื่อ connect กับ Apple Server ไม่งั้นเริ่มขั้นตอนไม่ได้</li>
<li>ระหว่างการอัพเกรด หน้าจอ iPhone จะเป็นรูปแอปเปิ้ลพร้อมแถบแสดงสถานะการโหลดอยู่ สามารถใส่ซิมลงไปได้ โดยไม่กระทบต่อการโหลด</li>
<li>เพราะถ้าไม่ใส่ซิม iPhone จะเป็นเฟิร์มแวร์ 3.0 แต่เครื่องถูกล็อค ใช้งานไม่ได้ และต้องเสียเวลาทำใหม่</li>
<li>เมื่อทำการอัพเกรดเสร็จแล้ว แนะนำให้เข้าไปใส่ My Number เพื่อเปิดใช้งาน MMS</li>
<li>กรณีที่เป็นลูกค้าทรูมูฟ เครื่องจะขึ้น popup ให้ใส่ My Number หรือเบอร์โทรของซิมที่อยู่ในเครื่องทันที สะดวกมาก</li>
<li>ถ้าเป็นลูกค้าเจ้าอื่น ต้องไปตั้งค่า MMS เอง โดยเข้าไปที่ Setting &gt; General &gt; Network &gt; Cellular Data</li>
<li>ข้อมูลการตั้งค่าของ AIS<br />
APN = multimedia<br />
Username = ไม่ต้องใส่<br />
Password = ไม่ต้องใส่<br />
MMSC = mms.mobilelife.co.th<br />
Proxy : 203.170.229.34:8080</li>
<li>ข้อมูลการตั้งค่าของ DTAC<br />
APN ของ DTAC = mms<br />
Username = ไม่ต้องใส่<br />
Password = ไม่ต้องใส่<br />
MMSC = <a href="http://mms.dtac.co.th:8002/" target="_blank"><span style="color: #5d5d5d;">http://mms.dtac.co.th:8002/</span></a><br />
Proxy : 203.155.200.133:8080</li>
<li>ตั้งค่าเสร็จแล้วลองปิด-เปิดเครื่องใหม่หนึ่งครั้ง และเข้าไปที่หน้า Message ดู</li>
<li>ถ้าสามารถใช้งานได้ จะขึ้นรูปกล้องอยู่ทางซ้ายมือข้างๆ text box ที่พิมพ์ข้อความเพื่อส่ง</li>
<li>ถ้าไม่ขึ้น แนะนำให้เช็คการตั้งค่า และปิดเปิดเครื่องอีกที (อ้าว - -&#8217;)</li>
<li>ผมทำอย่างนี้อยู่ตั้งสามรอบแหน่ะ กว่ามันจะขึ้นมา เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งท้อครับ ฮ่าๆๆ</li>
<li>ข้อดีอีกอย่าง คือ สามารถใช้งานฟังก์ชั่นที่ให้ iPhone เป็นทางผ่านสำหรับต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน USB หรือ Bluetooth</li>
<li>ฟังก์ชั่นในข้อ 10 ไม่ปรากฎเมื่อใส่ซิม dtac ครับ ป่อยยยย - -&#8217;</li>
<li>ปัญหาที่พบในการใช้ firmware 3.0 คือเครื่องหนืดขึ้น และ MMS บางคนรับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง</li>
<li>ปัญหาเรื่อง MMS บางคนรับได้บ้าง ไม่ได้บ้างนั้น สันนิฐาน (เอาเอง) ว่าอาจจะอยู่ที่ขนาดไฟล์ที่ใหญ่เกินไป</li>
<li>อธิบายอย่างนี้ครับ ปกติมือถือทั่วไป จะส่ง MMS ขนาดเล็ก ไม่น่าจะเกิน 100Kb ถ้าไฟล์รูปจากมือถือทั่วไปใหญ่เกิน มันจะทำการ resize ให้ ภาพที่ได้เลยไม่ชัดมาก ไม่ใหญ่มาก</li>
<li>แต่ iPhone ไม่สามารถ resize รูปที่ถ่ายจาก iPhone ได้ เวลาส่งไปไฟล์จะมีขนาดใหญ่จนเข้ามือถืออีกฝั่งไม่ได้ ต้องไปดูจาก URL แทน</li>
<li>ดังนั้น iPhone ส่งรูปถ่ายออกไปให้มือถือทั่วไปไม่ได้ - กับ iPhone (น่าจะ) ได้ แต่รับจากมือถือทุกเครื่องได้</li>
<li>ฟังก์ชั่นอื่นที่น่าสนใจ เช่น คีย์บอร์ดไทย 3 บรรทัด เอาตัวหนังสือไทยที่เขียนบ่อยมาวางไว้ สุดยอดมาก!</li>
<li>ฟังก์ชั่นในข้อ 21 พวกภาษาวิบัติคงชอบ สนุกแชทแน่ ฮ่าๆ</li>
<li>ฟังก์ชั่น &#8220;ตัด-ปะ&#8221; ใช้งานดีเยี่ยม โดยเฉพาะ Copy Link และ Copy ข้อความในเว็บมาแปะลงที่ SMS หรือการตั้งค่าใดๆ ก็ง่ายมาก</li>
<li>สุดท้าย ฟังก์ชั่น &#8220;เขย่า&#8221; ที่เป็นทั้ง Undo Typing และเปลี่ยนเพลง ก็เจ๋งครับ</li>
<li>แต่เปลี่ยนเพลงนี่ เคยใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินโทงเทง มันเปลี่ยนเพลงให้ผมเฉยเลย</li>
<li>แหม..ทำไปได้ - -&#8217;</li>
</ol>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.up2gu.net/blog/teck-know/worth-knowing-iphone-firmware-3/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Review : นิตยสารแจกฟรี Digital Lifestyle</title>
		<link>http://www.up2gu.net/blog/teck-know/review-dl-it-magazine</link>
		<comments>http://www.up2gu.net/blog/teck-know/review-dl-it-magazine#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 23 Apr 2009 12:44:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>BlueScreen</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Tech Know]]></category>

		<category><![CDATA[GM Group]]></category>

		<category><![CDATA[IT News]]></category>

		<category><![CDATA[magazine]]></category>

		<category><![CDATA[review]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.up2gu.net/blog/?p=170</guid>
		<description><![CDATA[วันก่อนซื้อนิตยสาร GM ฉบับครบรอบ 23 ปีมา ซื้อเล่มแรกในรอบหลายเดือนเพราะปกเล่มนี้ไม่ใช่รูปผู้ชายครับ ฮ่าๆ ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ มันแถมนิตยสารแจกฟรี เนื้อหาเกี่ยวกับ Technology และ Gadget ต่างๆ ชื่อ &#8220;Digital Lifestyle&#8221; หรือย่อว่า &#8220;DL&#8221; น่าจะเป็นฉบับแรกที่ออกมาของนิตยสารหัวนี้ครับ

พลิกอ่านไปมา ผมได้พบกับสัดส่วนเนื้อหาที่แปลกประหลาด และไม่คิดว่าจะปรากฎในเครือนิตยสารที่มีคุณภาพอย่าง GM เริ่มตั้งแต่บทบรรณาธิการ ที่พยายามเอาคำพระ เล่าถึงกราฟ และพูดถึงวิถีของผู้รัก Gadget ว่าสุดท้ายแล้ว ถึงคุณจะมีอุปกรณ์อะไรก็ไม่ได้ช่วยให้มีความสุขอะไรมาก ทุกสิ่งล้วนอยู่ที่ใจ (อ้าว&#8230; แล้วกูจะอ่านทำแมวน้ำอะไรว่ะ?)
ต่อมาก็พบกับสัดส่วนของโฆษณาแบบโต้งๆ โฆษณาแอบแฝงที่เนียนและไม่เนียนอยู่หลายที่ ผมเข้าใจดีว่าธุรกิจสิ่งพิมพ์สมัยนี้ล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับโฆษณา แต่ช่วยกรุณาหาสปอนเซอร์ให้เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่คุณพูดถึงหน่อย เช่น เล่าเรื่อง iPhone แต่คุณไม่เห็นไปขอโฆษณาจากทรูมูฟ อย่างนี้ทรูมูฟสบายแฮเพราะมีคนโฆษณาให้ฟรีโดยไม่เสียเงินซักบาท แต่นิตยสารเสียหน้าสีไป 2 หน้าเต็ม ฮ่าๆๆ
เนื้อหาภายในแม้ตีมหลักจะไฮเทค แต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่เก่า และให้น้ำหนักกับเรื่องบางเรื่องมากไปจนน่ารำคาญ เช่น พูดถึง Wi-Fi จริงๆ ไม่ต้องท้าวความมากว่าความเป็นมาคืออะไร แต่ควรกระชับถึง &#8220;ปัจจุบัน&#8221; และ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันก่อนซื้อนิตยสาร <a href="http://www.gmgroup.in.th/" target="_blank">GM</a> ฉบับครบรอบ 23 ปีมา ซื้อเล่มแรกในรอบหลายเดือนเพราะปกเล่มนี้ไม่ใช่รูปผู้ชายครับ ฮ่าๆ ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ มันแถมนิตยสารแจกฟรี เนื้อหาเกี่ยวกับ Technology และ Gadget ต่างๆ ชื่อ &#8220;<a href="http://www.dlfreemag.com/" target="_blank">Digital Lifestyle</a>&#8221; หรือย่อว่า &#8220;DL&#8221; น่าจะเป็นฉบับแรกที่ออกมาของนิตยสารหัวนี้ครับ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.dlfreemag.com/"><img class="aligncenter" src="http://www.dlfreemag.com/_admin/issues/GM_IS0000013.jpg" alt="" width="180" height="230" /></a></p>
<p>พลิกอ่านไปมา ผมได้พบกับสัดส่วนเนื้อหาที่แปลกประหลาด และไม่คิดว่าจะปรากฎในเครือนิตยสารที่มีคุณภาพอย่าง <a href="http://www.gmgroup.in.th/" target="_blank">GM</a> เริ่มตั้งแต่บทบรรณาธิการ ที่พยายามเอาคำพระ เล่าถึงกราฟ และพูดถึงวิถีของผู้รัก Gadget ว่าสุดท้ายแล้ว ถึงคุณจะมีอุปกรณ์อะไรก็ไม่ได้ช่วยให้มีความสุขอะไรมาก ทุกสิ่งล้วนอยู่ที่ใจ (อ้าว&#8230; แล้วกูจะอ่านทำแมวน้ำอะไรว่ะ?)</p>
<p>ต่อมาก็พบกับสัดส่วนของโฆษณาแบบโต้งๆ โฆษณาแอบแฝงที่เนียนและไม่เนียนอยู่หลายที่ ผมเข้าใจดีว่าธุรกิจสิ่งพิมพ์สมัยนี้ล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับโฆษณา แต่ช่วยกรุณาหาสปอนเซอร์ให้เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่คุณพูดถึงหน่อย เช่น เล่าเรื่อง iPhone แต่คุณไม่เห็นไปขอโฆษณาจากทรูมูฟ อย่างนี้ทรูมูฟสบายแฮเพราะมีคนโฆษณาให้ฟรีโดยไม่เสียเงินซักบาท แต่นิตยสารเสียหน้าสีไป 2 หน้าเต็ม ฮ่าๆๆ</p>
<p>เนื้อหาภายในแม้ตีมหลักจะไฮเทค แต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่เก่า และให้น้ำหนักกับเรื่องบางเรื่องมากไปจนน่ารำคาญ เช่น พูดถึง Wi-Fi จริงๆ ไม่ต้องท้าวความมากว่าความเป็นมาคืออะไร แต่ควรกระชับถึง &#8220;ปัจจุบัน&#8221; และ &#8220;อนาคต&#8221; ของเทคโนโลยีนี้มากกว่า</p>
<p>ที่สำคัญ ไม่ต้องเน้น Wi-Fi ซะหมด เช่น ร้านนี้มีไวไฟนะเธอ โรงแรมนี้ก็มีไวไฟนะเธอ สปานี้ก็มีไวไฟนะเธอ อยู่ในทุกที่ที่พูดถึงสถานที่ต่างๆ หรือไม่ก็รวบไปเป็นคอลัมน์ตระเวณเที่ยว + หลอกแดกฟรีไป รีวิวอาหาร บรรยากาศ พูดถึงความเร็วและการเข้าใช้งาน Wi-Fi ของร้านนี้ว่าดีมั้ย เพราะบางร้านบอกเล่นฟรี แต่ต้องไปขอ Access Code อยู่ดี</p>
<p>แต่ผมเชื่อว่าในเล่มต่อๆ ไปคงมีแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่านี้ครับ <img src='http://www.up2gu.net/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p> </p>
<p>สุดท้าย อันนี้เป็นข้อเรียกร้องไปยังนิตยสาร หรือหนังสืออื่นๆ ว่าถ้าอยากเห็นเมืองไทยเป็น &#8220;อารยะ&#8221; ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ช่วยนำเสนอเนื้อหาการใช้งานแบบถูกต้องลิขสิทธิ์กันหน่อยครับ เลิกซักทีกับการหาทริปวิธีการแก้ Genius บน XP, วิธีการ Jailbreak iPhone แล้วหันมาส่งเสริมการใช้งานที่ควรจะเป็น ใครจะรีวิว Windows ก็จะได้พูดถึงความคุ้มค่าที่จะเสียเงิน สอนการใช้ GIMP ให้เทพเหมือนกับใช้ Photoshop หรือแม้แต่การรีวิว iPhone App. ที่มีเป็นหมื่นตัว ทำเป็นปีก็ไม่หมดหรอกครับ</p>
<p> </p>
<p>อย่างนี้ค่อยเรียกว่า &#8220;สื่อ (ไอที) สร้างสรรค์&#8221; อย่างแท้จริง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.up2gu.net/blog/teck-know/review-dl-it-magazine/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ถ่ายข้อมูลจาก Samsung F480 ไปที่ iPhone ด้วย Address Book</title>
		<link>http://www.up2gu.net/blog/teck-know/transfer-samsung-f480-contact-to-iphone</link>
		<comments>http://www.up2gu.net/blog/teck-know/transfer-samsung-f480-contact-to-iphone#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 10 Apr 2009 21:17:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>BlueScreen</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Tech Know]]></category>

		<category><![CDATA[f480]]></category>

		<category><![CDATA[iPhone]]></category>

		<category><![CDATA[mac os]]></category>

		<category><![CDATA[samsung]]></category>

		<category><![CDATA[Sync]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.up2gu.net/blog/?p=168</guid>
		<description><![CDATA[ในที่สุดก็อดรนทนไม่ไหว ซื้อ iPhone 3G มาใช้อย่างจริงจังเสียที หลังจากเคยมี iPhone 2G ใช้อยู่พักนึงสมัยที่หิ้วมาขายกันล็อตแรกๆ ของเมืองไทย และช่วงเปิดตัว iPhone 3G ของ Truemove ที่บริษัทให้กลับมาใช้งานก่อนเพื่อความคุ้นเคย 
มือถือตัวเก่าอย่าง Samsung F480 ที่ใช้งานได้ดีอยู่เลยต้องถูกขายเพื่อเอาเงินไปต่อทุนซื้อซิลิโคนและอุปกรณ์เสริมกันไปครับ
 
ทีนี้ จะถ่ายข้อมูลจาก F480 เริ่มแรกเลยคือบรรดาเบอร์โทรศัพท์ทั้งหลาย ผมมีเบอร์อยู่ในเครื่องประมาณ 320 เบอร์ ซึ่งเกินกว่าซิมทั่วไปจะรับได้ (ซิมปกติมีความจุ 250 เบอร์) เพราะ iPhone สามารถเพิ่มเบอร์ทีละมากๆ ได้ด้วยวิธีการ Sync กับก๊อบเบอร์จากซิมลงเครื่องทีละชุดเท่านั้น
คราวแรก ผมใช้วิธีการก๊อบปี้ลงซิมสองรอบ เบอร์โทรมาครบหมดครับ แต่ขาดระเบียบวินัยอย่างแรง ส่วนใหญ่เวลาเราเม็มเบอร์ไว้ จะใส่ชื่อในช่อง First name กัน แต่ผมเม็มบางครั้งเผลอใส่ใน ​First name บ้าง Last name บ้าง บน F480 แสดงปกติครับ แต่พอบน iPhone [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในที่สุดก็อดรนทนไม่ไหว ซื้อ iPhone 3G มาใช้อย่างจริงจังเสียที หลังจากเคยมี iPhone 2G ใช้อยู่พักนึงสมัยที่หิ้วมาขายกันล็อตแรกๆ ของเมืองไทย และช่วงเปิดตัว iPhone 3G ของ Truemove ที่บริษัทให้กลับมาใช้งานก่อนเพื่อความคุ้นเคย </p>
<p>มือถือตัวเก่าอย่าง Samsung F480 ที่ใช้งานได้ดีอยู่เลยต้องถูกขายเพื่อเอาเงินไปต่อทุนซื้อซิลิโคนและอุปกรณ์เสริมกันไปครับ</p>
<p> </p>
<p>ทีนี้ จะถ่ายข้อมูลจาก F480 เริ่มแรกเลยคือบรรดาเบอร์โทรศัพท์ทั้งหลาย ผมมีเบอร์อยู่ในเครื่องประมาณ 320 เบอร์ ซึ่งเกินกว่าซิมทั่วไปจะรับได้ (ซิมปกติมีความจุ 250 เบอร์) เพราะ iPhone สามารถเพิ่มเบอร์ทีละมากๆ ได้ด้วยวิธีการ Sync กับก๊อบเบอร์จากซิมลงเครื่องทีละชุดเท่านั้น</p>
<p>คราวแรก ผมใช้วิธีการก๊อบปี้ลงซิมสองรอบ เบอร์โทรมาครบหมดครับ แต่ขาดระเบียบวินัยอย่างแรง ส่วนใหญ่เวลาเราเม็มเบอร์ไว้ จะใส่ชื่อในช่อง First name กัน แต่ผมเม็มบางครั้งเผลอใส่ใน ​First name บ้าง Last name บ้าง บน F480 แสดงปกติครับ แต่พอบน iPhone ชื่อกระจายตามตัวอักษรเลยครับ</p>
<p>เช่น ผมพิมพ์ True Nong ใน F480 จะเรียงจากตัว T แต่ iPhone ไปเรียงจากตัว N แทน เพราะ Nong ไปอยู่ในช่อง Last name</p>
<p> </p>
<p>แบบแรกไม่เวิร์คครับ เพราะซักพักผมไป Sync ไปมากับเครื่องคอม ทำให้เบอร์หายไปหมด อีกอย่าง ผมขี้เกียจถอดซิมเข้าออกมือถือสองเครื่องบ่อยๆ เลยลองใช้วิธีการ Sync กับ Macbook แทน เวลามีปัญหาอะไร กู้เบอร์ทั้งหมดจะได้ง่ายเพียงแค่เสียบสายเชื่อมต่อกับคอม ทุกอย่างก็จะกลับเป็นเหมือนเดิม</p>
<p>ปัญหาต่อมาคือ F480 ไม่สามารถใช้ iSync บน Mac OSX 10.4.x หรือ Tiger ได้ ต้องเป็น 10.5 หรือ Leopard เท่านั้นครับ ผมเลยใช้วิธีลูกทุ่งคือ ส่งรายชื่อทั้งหมดเป็นไฟล์ .vcf โดยใช้คำสั่ง &#8220;send namecard&#8221; บน F480 ผ่าน ​​Bluetooth เข้า Macbook ครับ แต่รายชื่อนั้นไม่ได้มาก้อนเดียวหลายชื่อ ชื่อนึงก็ไฟล์นึง เลยมาเป็นร้อยไฟล์เลยครับ - -&#8217;</p>
<p>เมื่อได้ไฟล์ .vcf ซึ่งเป็นไฟล์เก็บรายชื่อและเบอร์โทรที่เป็นมาตรฐาน ใช้งานได้กับโปรแกรมจัดการได้หลายตัว บนแมคนี่คือ Address Book ที่มาพร้อมกับ Mac OSX อยู่แล้ว ผมก็ทำการ Import Card ทั้งหมดใส่ในเครื่อง และทำการจัดระเบียบให้เรียบร้อย เช่น จัดกลุ่ม แก้ไขชื่อที่มีปัญหา แก้ไขชื่อเป็นภาษาไทย (เพราะบน iPhone ยังพิมพ์ไทยไม่ได้)</p>
<p> </p>
<p> </p>
<p>เมื่อเสร็จแล้ว ผมก็เปิด iTunes เลือกที่แถบ Info และให้ iPhone ทำการ Sync ข้อมูล Contact ที่อยู่ใน Address Book ทั้งหมดมาไว้ในเครื่องครับ</p>
<p> เสร็จเรียบร้อย!</p>
<p> </p>
<p> </p>
<p> </p>
<p><strong>ข้อดี</strong>ของการใช้วิธีการนี้ คือ ทุกครั้งที่เอา iPhone มาเสียบกับเครื่องนี้ มันจะทำการแก้ไขข้อมูลรายชื่อและเบอร์โทรเก็บไว้ในเครื่องคอมเสมอ เวลามีปัญหาใดๆ ก็สามารถกู้กลับมาได้อย่างง่ายดาย และสะดวกในการแก้ไขข้อมูลต่างๆ อย่างผมเลือกที่จะพิมพ์ข้อมูลผ่าน Macbook หน้าจอใหญ่ๆ ดีกว่านั่งกดทีละตัวและพิมพ์ภาษาไทยไม่ได้บน iPhone ครับ</p>
<p><strong>ข้อเสีย</strong>คือ ถ้าคอมเครื่องนั้นต้องต่อกับ iPhone เครื่องอื่น อาจถึงคราวชิบหายได้ถ้าไปตั้งให้ Auto Sync เพราะเบอร์ของคุณจะไปปรากฎอยู่ใน iPhone ของชาวบ้าน และทำการลบเบอร์ของเขาทิ้งไปหมด ดังนั้นจึงต้องระวังในทุกครั้งที่ไปเสียบกับเครื่องคอมที่ไม่ใช่ของตัวเองครับ</p>
<p> </p>
<p> </p>
<p>รอบหน้า จะมาอธิบายวิธีการใช้งาน MobileMe ว่ามันเวิร์กยังงัย <img src='http://www.up2gu.net/blog/wp-includes/images/smilies/icon_biggrin.gif' alt=':D' class='wp-smiley' /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.up2gu.net/blog/teck-know/transfer-samsung-f480-contact-to-iphone/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Unzip ไฟล์ RAR บน Ubuntu</title>
		<link>http://www.up2gu.net/blog/teck-know/unzip-rar-ubuntu</link>
		<comments>http://www.up2gu.net/blog/teck-know/unzip-rar-ubuntu#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 05 Apr 2009 08:30:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>BlueScreen</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Tech Know]]></category>

		<category><![CDATA[extract]]></category>

		<category><![CDATA[iPod]]></category>

		<category><![CDATA[rar]]></category>

		<category><![CDATA[ubuntu]]></category>

		<category><![CDATA[unzip]]></category>

		<category><![CDATA[winrar]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.up2gu.net/blog/?p=166</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากใช้งาน Ubuntu มาได้สองเดือนแล้วค้นพบว่า ที่จริงแล้ว OS นี้ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปค่อนข้างครบ เพราะปกติแล้วกลับถึงบ้านมีเวลาเล่นเน็ตก็แค่อ่านอะไรตามเว็บ หรือโหลดไฟล์จาก Torrent มามากกว่า
ก่อนหน้านี้ ผมโหลดโปรแกรมเล่นไฟล์ .rmv เพิ่มมาอีกตัว ก็ถือว่าครอบคลุมไฟล์วีดิโอเกือบทั้งหมดแล้ว โปรแกรม Rhythmbox Music Player มีความสามารถในการเล่นเพลงจาก iPod ได้ แต่จัดการไฟล์เพลงใน iPod ไม่ได้ และที่ดีของมันอีกอย่างคือการ Preview เพลงได้ ฟังได้เกือบ 2 นาทีครับ แค่เอาเม้าส์ไปวางบนไฟล์เพลงนั้นก็จะถูกเล่นเพลงให้เราได้ฟังกัน เหมาะสำหรับคนที่เก็บไฟล์เพลงเยอะๆ มาก
โปรแกรมต่างๆ ถ้ามีเวลาจะมา Review ให้ฟัง แต่ตอนนี้ขอบอกวิธีการ Unzip หรือ Extract ไฟล์ .rar ก่อนครับ เข้าไปที่ Application &#62; Terminal แล้วพิมพ์ตามนี้ครับ
sudo aptitude install unrar
มันจะทำการโหลดโปรแกรมเปิดไฟล์ .rar ผ่านเน็ต พอเสร็จปุ๊บก็ unzip [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากใช้งาน Ubuntu มาได้สองเดือนแล้วค้นพบว่า ที่จริงแล้ว OS นี้ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปค่อนข้างครบ เพราะปกติแล้วกลับถึงบ้านมีเวลาเล่นเน็ตก็แค่อ่านอะไรตามเว็บ หรือโหลดไฟล์จาก Torrent มามากกว่า</p>
<p>ก่อนหน้านี้ ผมโหลดโปรแกรมเล่นไฟล์ .rmv เพิ่มมาอีกตัว ก็ถือว่าครอบคลุมไฟล์วีดิโอเกือบทั้งหมดแล้ว โปรแกรม Rhythmbox Music Player มีความสามารถในการเล่นเพลงจาก iPod ได้ แต่จัดการไฟล์เพลงใน iPod ไม่ได้ และที่ดีของมันอีกอย่างคือการ Preview เพลงได้ ฟังได้เกือบ 2 นาทีครับ แค่เอาเม้าส์ไปวางบนไฟล์เพลงนั้นก็จะถูกเล่นเพลงให้เราได้ฟังกัน เหมาะสำหรับคนที่เก็บไฟล์เพลงเยอะๆ มาก</p>
<p>โปรแกรมต่างๆ ถ้ามีเวลาจะมา Review ให้ฟัง แต่ตอนนี้ขอบอกวิธีการ Unzip หรือ Extract ไฟล์ .rar ก่อนครับ เข้าไปที่ Application &gt; Terminal แล้วพิมพ์ตามนี้ครับ</p>
<blockquote><p>sudo aptitude install unrar</p></blockquote>
<p>มันจะทำการโหลดโปรแกรมเปิดไฟล์ .rar ผ่านเน็ต พอเสร็จปุ๊บก็ unzip ได้ทันทีครับ</p>
<p>ปล. ข้อมูลเรื่อง unzip rar จาก <a href="http://wiki.it.kmitl.ac.th/Extract_rar" target="_blank">http://wiki.it.kmitl.ac.th/Extract_rar</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.up2gu.net/blog/teck-know/unzip-rar-ubuntu/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ขอประกาศตัวว่าเป็น CC กับเขาแล้วครับ!</title>
		<link>http://www.up2gu.net/blog/blog-life/be-creative-commons-license</link>
		<comments>http://www.up2gu.net/blog/blog-life/be-creative-commons-license#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Mar 2009 13:01:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>BlueScreen</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Blog Life]]></category>

		<category><![CDATA[creative commons license]]></category>

		<category><![CDATA[sharing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.up2gu.net/blog/?p=162</guid>
		<description><![CDATA[เรื่อง Creative Commons License มีมานานพอสมควรในวงการนี้ และในประเทศไทยเพิ่งเป็นรูปเป็นร่างอย่างชัดเจนด้วยความอนุเคราะห์จากหลายภาคส่วน ขี้เกียจอธิบายครับ เอาเป็นว่าไปอ่านเองได้จาก blognone ในหัวข้อเรื่อง Creative Commons ประเทศไทยเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ในส่วนที่จะเกี่ยวข้องกับเว็บแห่งนี้คือ ปกติแล้วทุกๆ เรื่องที่ผมได้เขียนลงในบล็อคแห่งนี้ ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจากการแวะไปอ่านข้อมูลจากเว็บต่างๆ มาประกอบกัน บางครั้งถ้าจำแหล่งอ้างอิงได้ก็จะอ้างถึง หรือถ้าจำไม่ได้ชัดเจนนักก็จะระบุไปว่ามาจากเว๊บไหน
ถ้าเป็น CC กับเค้าแล้ว คงต้องอ้างอิงให้ชัดเจนมากขึ้นครับ
เรื่องของลิขสิทธิ์นั้น ผมยินดีให้ทุกท่านนำไปต่อยอดได้ ตราบใดที่ไม่นำไปใช้เพื่อการค้า เช่น จากเรื่อง เหตุผลที่ (ยัง) ไม่ใช้ Ubuntu ที่เคยเขียนไว้ มีบรรดาผู้ใช้งาน Ubuntu นำไปเป็นเรื่องโต้เถียงกัน ก็สนุกดีครับ
ในอนาคตนั้น ผมจะพยายามให้เว็บไซต์ที่ดูแลทั้งหมดเข้าสู่การเป็น CC ทั้งหมดครับ แรกเริ่มเลย เว็บไซต์ของกลุ่มกิจกรรม ITEM ที่เน้นเรื่องของการจัดการความรู้ และการส่งเสริมความเป็นพลเมือง จะให้เป็น CC ทันที ตามด้วย หัวกะทิ.net - เว็บของกลุ่มอดีตเด็กค่ายผู้นำนักศึกษา ที่ให้คนที่เคยผ่านค่ายมาเล่าแลกเปลี่ยนกัน ก็จะตามไปติดๆ
ITEM Studio ทีเป็นเว็บรวบรวมผลงานนั้น คงต้องขอดูรายละเอียดด้านเทคนิคก่อน, และ Ohmypic.com [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่อง Creative Commons License มีมานานพอสมควรในวงการนี้ และในประเทศไทยเพิ่งเป็นรูปเป็นร่างอย่างชัดเจนด้วยความอนุเคราะห์จากหลายภาคส่วน ขี้เกียจอธิบายครับ เอาเป็นว่าไปอ่านเองได้จาก blognone ในหัวข้อเรื่อง <a href="http://www.up2gu.net/node/11173">Creative Commons ประเทศไทยเสร็จเรียบร้อยแล้ว</a></p>
<p>ในส่วนที่จะเกี่ยวข้องกับเว็บแห่งนี้คือ ปกติแล้วทุกๆ เรื่องที่ผมได้เขียนลงในบล็อคแห่งนี้ ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจากการแวะไปอ่านข้อมูลจากเว็บต่างๆ มาประกอบกัน บางครั้งถ้าจำแหล่งอ้างอิงได้ก็จะอ้างถึง หรือถ้าจำไม่ได้ชัดเจนนักก็จะระบุไปว่ามาจากเว๊บไหน</p>
<p>ถ้าเป็น CC กับเค้าแล้ว คงต้องอ้างอิงให้ชัดเจนมากขึ้นครับ</p>
<p>เรื่องของลิขสิทธิ์นั้น ผมยินดีให้ทุกท่านนำไปต่อยอดได้ ตราบใดที่ไม่นำไปใช้เพื่อการค้า เช่น จากเรื่อง <a href="http://www.up2gu.net/blog/" target="_blank">เหตุผลที่ (ยัง) ไม่ใช้ Ubuntu</a> ที่เคยเขียนไว้ มีบรรดาผู้ใช้งาน Ubuntu <a href="http://www.gumara.com/content/20question-why-not-use-ubuntu" target="_blank">นำไปเป็นเรื่องโต้เถียงกัน</a> ก็สนุกดีครับ</p>
<p>ในอนาคตนั้น ผมจะพยายามให้เว็บไซต์ที่ดูแลทั้งหมดเข้าสู่การเป็น CC ทั้งหมดครับ แรกเริ่มเลย <a href="http://www.itemgroup.org">เว็บไซต์ของกลุ่มกิจกรรม ITEM </a>ที่เน้นเรื่องของการจัดการความรู้ และการส่งเสริมความเป็นพลเมือง จะให้เป็น CC ทันที ตามด้วย <a href="http://www.huakati.net" target="_blank">หัวกะทิ.net</a> - เว็บของกลุ่มอดีตเด็กค่ายผู้นำนักศึกษา ที่ให้คนที่เคยผ่านค่ายมาเล่าแลกเปลี่ยนกัน ก็จะตามไปติดๆ</p>
<p><a href="http://www.itemstudio.net" target="_blank">ITEM Studio</a> ทีเป็นเว็บรวบรวมผลงานนั้น คงต้องขอดูรายละเอียดด้านเทคนิคก่อน, และ <a href="http://www.ohmypic.com">Ohmypic.com </a>จะพยายามให้กลายเป็นเว็บที่รวบรวมรูปสวยๆ ที่ทุกคนสามารถนำไปใช้ได้ (แบบไม่มีการค้า) หรือทำเป็นการค้าได้เฉพาะการกุศลเท่านั้น ต้องขอไปศึกษาก่อนครับ</p>
<p> </p>
<p>ตอนนี้หวังแค่ว่า จะต้องหาโอกาสมาแบ่งปันบ่อยๆ ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.up2gu.net/blog/blog-life/be-creative-commons-license/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Eco Car จะมาเร้ออออ?</title>
		<link>http://www.up2gu.net/blog/thai-style/when-we-see-eco-car</link>
		<comments>http://www.up2gu.net/blog/thai-style/when-we-see-eco-car#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Mar 2009 13:45:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>BlueScreen</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Thai Style]]></category>

		<category><![CDATA[eco car]]></category>

		<category><![CDATA[mazda]]></category>

		<category><![CDATA[mazda 2]]></category>

		<category><![CDATA[nissan]]></category>

		<category><![CDATA[nissan march]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.up2gu.net/blog/?p=159</guid>
		<description><![CDATA[Eco Car เป็นโปรเจคความหวังของมวลมนุษยชาติเลยกระมัง ใครๆ ถึงแห่กันมาลงทุนในประเทศไทยที่สนับสนุนโปรเจคนี้สุดๆ ข้อดีของ Eco Car คือจะเป็นรถที่มีขนาดเล็ก เหมาะแก่การใช้งานระยะใกล้หรือในเมือง ผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 4 และกินน้ำมันแค่ 20 กิโล/ลิตร
ที่แน่ๆ บริษัทที่ยื่นผ่าน BOI ของเรามาแล้ว มีตั้งแต่โตโยต้า, ฮอนด้า, มิตซู, ฟอร์ด, นิสสัน, โฟล์ค ที่ดูจะเป็นรูปเป็นร่าง และวางขายก่อนใครเพื่อนเลยก็น่าจะเป็นมาสด้า 2 เจ้าของเดียวกับฟอร์ด และ Nissan March
ข่าวจากเว็บพันทิบบอกว่า ช่วงปลายปีนี้จะได้เห็น Mazda 2 แน่นอน แต่ราคาน่าจะปวดม้ามเล็กน้อยตามสไตล์ คือ อ่อนหรือมากกว่า Yaris นิดหน่อย ที่เหนือกว่าน่าจะเป็นห้องโดยสารที่ใหม่กว่า และรูปร่างภายนอกอย่างกับเอา Mazda 3 ย่อขนาดมา
และจากแหล่งข่าวเดียวกัน Nissan March ที่เอา Tiida มาย่อส่วนก็น่าจะปรากฎกายให้เห็นช่วงต้นปี 2010 คาดเดาเอาว่าประมาณมีนาคม
คำถามที่เกิดขึ้นคือ เมื่อมีรถยนต์กลุ่มใหม่ปรากฎตัวแล้ว จะสร้างยอดขายได้ถล่มถลายในยุคกระเป๋าตังแทบฉีกอย่างนี้หรือเปล่า รถกลุ่มนี้เป็นที่นิยมในเมืองนอก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Eco Car เป็นโปรเจคความหวังของมวลมนุษยชาติเลยกระมัง ใครๆ ถึงแห่กันมาลงทุนในประเทศไทยที่สนับสนุนโปรเจคนี้สุดๆ ข้อดีของ Eco Car คือจะเป็นรถที่มีขนาดเล็ก เหมาะแก่การใช้งานระยะใกล้หรือในเมือง ผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 4 และกินน้ำมันแค่ 20 กิโล/ลิตร</p>
<p>ที่แน่ๆ บริษัทที่ยื่นผ่าน BOI ของเรามาแล้ว มีตั้งแต่โตโยต้า, ฮอนด้า, มิตซู, ฟอร์ด, นิสสัน, โฟล์ค ที่ดูจะเป็นรูปเป็นร่าง และวางขายก่อนใครเพื่อนเลยก็น่าจะเป็นมาสด้า 2 เจ้าของเดียวกับฟอร์ด และ Nissan March</p>
<p>ข่าวจากเว็บพันทิบบอกว่า ช่วงปลายปีนี้จะได้เห็น Mazda 2 แน่นอน แต่ราคาน่าจะปวดม้ามเล็กน้อยตามสไตล์ คือ อ่อนหรือมากกว่า Yaris นิดหน่อย ที่เหนือกว่าน่าจะเป็นห้องโดยสารที่ใหม่กว่า และรูปร่างภายนอกอย่างกับเอา Mazda 3 ย่อขนาดมา</p>
<p>และจากแหล่งข่าวเดียวกัน Nissan March ที่เอา Tiida มาย่อส่วนก็น่าจะปรากฎกายให้เห็นช่วงต้นปี 2010 คาดเดาเอาว่าประมาณมีนาคม</p>
<div id="attachment_160" class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><a href="http://www.up2gu.net/blog/wp-content/uploads/2009/03/eco_car.jpg"><img class="size-full wp-image-160 " title="eco_car" src="http://www.up2gu.net/blog/wp-content/uploads/2009/03/eco_car.jpg" alt="" width="500" height="259" /></a><p class="wp-caption-text">จะมาปลายปีกันมั้ยน้า..?</p></div>
<p>คำถามที่เกิดขึ้นคือ เมื่อมีรถยนต์กลุ่มใหม่ปรากฎตัวแล้ว จะสร้างยอดขายได้ถล่มถลายในยุคกระเป๋าตังแทบฉีกอย่างนี้หรือเปล่า รถกลุ่มนี้เป็นที่นิยมในเมืองนอก แต่อาจจะแป๊กในเมืองไทย เพราะคนไทยนิยมใช้รถเพื่อบ่งบอกฐานะ และ &#8220;เผื่อ&#8221; นั่นนี่ไว้เกินไป</p>
<p>ต้องเครื่องแรง &#8220;เผื่อ&#8221; แซงสิบล้อทุกวันบ้าง ต้องห้องโดยสารกว้าง &#8220;เผื่อ&#8221; ขนคนทั้งตำบล ต้องวัสดุภายในดีเยี่ยม &#8220;เผื่อ&#8221; มีตุ๊กตาหน้ารถ บลา บลา บลา&#8230;</p>
<p>ทำให้เราเห็นคนขับรถกระบะคันใหญ่ๆ เข้าเมืองกันเกลื่อนไปหมดนั่นเอง</p>
<p> </p>
<p>ที่สำคัญคือ เงื่อนไขด้านราคา ประเทศไทยได้ชื่อว่าซื้อรถ &#8220;ไม่คุ้มราคาที่เสียไป&#8221; อันดับต้นๆ ทั้งๆ ที่เราเป็นประเทศส่งออกรถยนต์ไปขายบ้านอื่นกันโครมๆ ด้วยราคา 5 แสนปลาย ผมเชื่อว่าเราจะสามารถได้รถ B-Segement อย่าง Nissan March ตัวกลางได้ แต่ในความเป็นจริงอาจไม่เป็นอย่างนั้น</p>
<p>เพราะกลุ่มลูกค้าจริงๆ ของ B-Segement คือกลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน ใช้ชีวิตโสดและอยู่ในเมืองเยอะ กลุ่มครอบครัวที่เพิ่งเริ่มต้น ยังไม่มีเงินมากพอที่จะขยับขยายได้ แต่ก็ดีกว่านั่งมอเตอร์ไซค์ซ้อนสาม และกลุ่มคนที่ยังใช้รถเก่าอายุเกิน 10 ปีขึ้นไป ที่ต้องการเปลี่ยนเป็นรถที่ใหม่กว่า แต่ดอกเบี้ยรถมือสองช่างปวดม้ามอีกเช่นกัน</p>
<p>นี่ยังไม่รวมราคาน้ำมัน ณ วันที่เปิดตัวรถรุ่นนี้ จะถีบไปถึงเท่าไหร่&#8230;</p>
<p> </p>
<p>ใครรอได้ ก็รอกันไปนะครับ ยิ่งวงการรถยนต์บ้านเรามีการล็อบบี้กันมากมาย เผลอๆ อาจจะไม่ทันใช้งานกันแล้วก็ได้</p>
<p>ผมคนนึงหล่ะที่จะเคลียร์หนี้รอ ฮ่าๆๆ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.up2gu.net/blog/thai-style/when-we-see-eco-car/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เหตุผลที่ (ยัง) ไม่ใช้ Ubuntu</title>
		<link>http://www.up2gu.net/blog/teck-know/why-still-not-use-ubuntu</link>
		<comments>http://www.up2gu.net/blog/teck-know/why-still-not-use-ubuntu#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 Feb 2009 11:30:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>BlueScreen</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Tech Know]]></category>

		<category><![CDATA[ubuntu]]></category>

		<category><![CDATA[windows xp]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.up2gu.net/blog/?p=155</guid>
		<description><![CDATA[
อยากใช้มาก เพราะมันไม่มีไวรัสเหมือน Windows (จิงป่ะ?)
โปรแกรมหาโหลดได้ฟรี แต่ไม่รู้จะโหลดที่ไหน เวอร์ชั่นอะไร?
แล้วที่เคยเห็นว่ามันดูสวยๆ นี่ จะโหลดแบบพร้อมใช้เลย ต้องไปโหลดที่ไหน?
แผ่นผี Ubuntu มีขายที่ฟอร์จูนรึเปล่า?
เอามาลงแล้วพวกไฟล์ที่เคยเปิดกับ Windows จะเปิดได้มั้ย?
กินทรัพยากรเครื่องมากมั้ย ห่างจาก Windows จนเป็น % ที่น่าพอใจ และคุ้มค่าเสี่ยงหรือเปล่า
โปรแกรม Freeware สำหรับทำงานกราฟิคขอบายเลยนะ งงมากๆ ใช้เวลานานกว่าด้วย
ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมต้องแปลเมนูภาษาไทยให้เข้าใจยากด้วยว่ะ
น่าแปลก มีโรงเรียนสอนการใช้โปรแกรมเถื่อน แต่ไม่มีสอนการใช้โปรแกรมฟรี!
ฟอนต์อีก จะเหมือน จะเพี้ยน จะตัดคำถูก จะสะกดคำผิดมั้ย?
รู้ว่าใช้งานเบื้องต้นพอไหว แต่แม่ผมจะเอาไปพิมพ์งานส่งราชการไหวหรือเปล่า?
ใช้งานง่ายจริงหรือ ในเมื่ออะไรๆ ต้องพิมพ์คำสั่ง command ตลอด
แล้ว Driver หล่ะ ถ้าเครื่องเก่าหงำเหงือกจะมีมั้ย
จะต่อพ่วงกับอะไรได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เอาแค่ iPod อย่างเดียวก็พอ ไม่ขออะไรมาก
แถม Community ทุกที่มีแต่พวก Geek, เนิร์ด, เทพ ทั้งนั้น
หมายถึงว่า คุณมั่นใจได้ว่าทุกปัญหาพวกเขาสามารถแก้ไขได้ แต่คุณจะเข้าใจที่เขาสื่อกันหรือเปล่า ฮ่าๆๆ
ครั้นจะถามช่างแถวฟอร์จูน พันทิบ หรือถามเพื่อนใกล้ตัวคงลำบาก
ภาพลักษณ์ของ Ubuntu เลยกลายเป็น OS [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<ol>
<li>อยากใช้มาก เพราะมันไม่มีไวรัสเหมือน Windows (จิงป่ะ?)</li>
<li>โปรแกรมหาโหลดได้ฟรี แต่ไม่รู้จะโหลดที่ไหน เวอร์ชั่นอะไร?</li>
<li>แล้วที่เคยเห็นว่ามันดูสวยๆ นี่ จะโหลดแบบพร้อมใช้เลย ต้องไปโหลดที่ไหน?</li>
<li>แผ่นผี Ubuntu มีขายที่ฟอร์จูนรึเปล่า?</li>
<li>เอามาลงแล้วพวกไฟล์ที่เคยเปิดกับ Windows จะเปิดได้มั้ย?</li>
<li>กินทรัพยากรเครื่องมากมั้ย ห่างจาก Windows จนเป็น % ที่น่าพอใจ และคุ้มค่าเสี่ยงหรือเปล่า</li>
<li>โปรแกรม Freeware สำหรับทำงานกราฟิคขอบายเลยนะ งงมากๆ ใช้เวลานานกว่าด้วย</li>
<li>ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมต้องแปลเมนูภาษาไทยให้เข้าใจยากด้วยว่ะ</li>
<li>น่าแปลก มีโรงเรียนสอนการใช้โปรแกรมเถื่อน แต่ไม่มีสอนการใช้โปรแกรมฟรี!</li>
<li>ฟอนต์อีก จะเหมือน จะเพี้ยน จะตัดคำถูก จะสะกดคำผิดมั้ย?</li>
<li>รู้ว่าใช้งานเบื้องต้นพอไหว แต่แม่ผมจะเอาไปพิมพ์งานส่งราชการไหวหรือเปล่า?</li>
<li>ใช้งานง่ายจริงหรือ ในเมื่ออะไรๆ ต้องพิมพ์คำสั่ง command ตลอด</li>
<li>แล้ว Driver หล่ะ ถ้าเครื่องเก่าหงำเหงือกจะมีมั้ย</li>
<li>จะต่อพ่วงกับอะไรได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เอาแค่ iPod อย่างเดียวก็พอ ไม่ขออะไรมาก</li>
<li>แถม Community ทุกที่มีแต่พวก Geek, เนิร์ด, เทพ ทั้งนั้น</li>
<li>หมายถึงว่า คุณมั่นใจได้ว่าทุกปัญหาพวกเขาสามารถแก้ไขได้ แต่คุณจะเข้าใจที่เขาสื่อกันหรือเปล่า ฮ่าๆๆ</li>
<li>ครั้นจะถามช่างแถวฟอร์จูน พันทิบ หรือถามเพื่อนใกล้ตัวคงลำบาก</li>
<li>ภาพลักษณ์ของ Ubuntu เลยกลายเป็น OS สำหรับ Programmer ไม่ใช่ User เท่าไหร่</li>
<li>ล่าสุดผมขอแผ่น Ubuntu จากพี่ที่ทำงาน เค้าบอกไม่มี</li>
<li>เลยถอดใจ ขอแผ่น XP เถื่อน กลับไปลงเครื่องที่บ้านแทน ฮ่าๆๆๆ</li>
</ol>
<p>(แก้ไขเพิ่มเติม 14 ก.พ. 52)</p>
<p>ผมกลับมาคิดๆ ดูแล้ว 20 หัวข้อดังกล่าวหากมองในมุมนึง ค่อนข้างเป็นการมองที่อคติไปหน่อย และขณะเดียวกันผมก็มองว่า มันก็เป็นสิ่งที่สะท้อนความคิดของผู้ที่อยากจะเปลี่ยนแต่ยังไม่กล้าอย่างเช่นผม</p>
<p>ปัญหาเรื่องนี้ ไม่ได้อยู่ที่การเปิดใจรับสิ่งใหม่ของผู้ใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การจะสื่ออย่างไรให้กับผู้ใช้งานว่ามันดีกว่าเพราะว่ามัน &#8220;ฟรี&#8221; เพียงอย่างเดียว เพราะยังมีผู้ใช้งานมากมายยินดีเสียเงินค่า windows เถื่อน แม้ว่ามันจะผิดกฎหมาย แต่ก็สบายใจกว่า</p>
<p>ในฐานะที่ผมต้องทำงานเกี่ยวข้องกับ User Friendly นอกเหนือจากการใช้งานที่ง่าย เสถียร และมีคนคอยช่วยเหลือตลอดเวลา การสร้างภาพลักษณ์ใหม่เพื่อลบประสบการณ์ร้ายๆ จากความเชื่อแบบเก่า จึงเป็นงานแรกที่ต้องทำให้กับผู้ใช้งานก่อน เพราะไม่งั้น สิ่งที่โปรแกรมเมอร์ หรือดีไซเนอร์สร้างมาทั้งหมดจะไม่มีความหมายใดๆ</p>
<p> </p>
<p>ติเพื่อก่อนะครับ <img src='http://www.up2gu.net/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p> </p>
<p>ปล. ผมได้ลง windows ใหม่แล้ว และวันนี้จะออกไปซื้อหนังสือ Ubuntu มาลองอ่านและหาวิธีลงดู<br />
ปล2. ถ้าได้ใช้งานจริง ผมจะเป็นคนตอบ 20 คำถามนั้นอีกครั้งในโอกาสถัดไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.up2gu.net/blog/teck-know/why-still-not-use-ubuntu/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>โฉมหน้าผู้ที่ได้ครอบครอง iPhone คนที่ 2-5 แรกในประเทศไทย</title>
		<link>http://www.up2gu.net/blog/teck-know/grand-opening-iphone-thailand</link>
		<comments>http://www.up2gu.net/blog/teck-know/grand-opening-iphone-thailand#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Jan 2009 20:31:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>BlueScreen</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Tech Know]]></category>

		<category><![CDATA[iPhone]]></category>

		<category><![CDATA[thailand]]></category>

		<category><![CDATA[truemove]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.up2gu.net/blog/?p=152</guid>
		<description><![CDATA[เหนื่อยมากๆ และผลตอบรับก็ดีเกินคาดเช่นกันครับสำหรับการเปิดตัว iPhone 3G by Truemove ที่พารากอนฮออล์ สยามพารากอน ลูกค้าคนสุดท้ายที่ได้รับเครื่องวันนี้เกือบตีสองได้ สั้นๆ ง่ายๆ ก็คือใครที่สมัครแบบตัดผ่านบัตรเครดิตแล้ว วงเงินของท่านก็จะถูกตัดล่วงหน้าก่อนงานเริ่ม ถ้าไม่รอรับเครื่องก็เหมือนเสียเงินและเวลาฟรีๆ นั่นเอง ฮ่าๆๆ
บรรยากาศของลูกค้าคนแรกที่ได้รับเครื่องนั้นน่าขนลุกมาก ภายในห้องขนาดใหญ่ที่จุคนได้เป็นพัน มีพนักงานทรูที่เป็นทั้งสต๊าฟเทคนิค ฝ่ายบริการข้อมูลลูกค้า ฝ่ายจัดการเครื่องให้ใช้งานได้ ทุกคนยืนปรบมือเสียงดังลั่นให้กับลูกค้าคนแรกที่ได้รับ iPhone ที่มาพร้อมกับขบวนสื่อมวลชนที่ยิงแฟลชราวกับดาราดัง
 
 
ผมจะไม่ติติงเรื่องการจัดการมากเท่าไหร่นะครับ แม้ในความเป็นจริงจะวุ่นวายมากมายนัก เพราะขั้นตอนทั้งเรื่องของเอกสาร ขั้นตอนธนาคาร ขั้นตอนเรื่องเทคนิคต่างๆ มากมาย แต่จากสีหน้าของลูกค้าที่ได้รับเครื่องไปนั้นทำเอาหายเหนื่อยครับ ภาพของครอบครัวที่ต้องเสียเวลามากันทั้งบ้าน นั่งล้อมวงฟังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครจากทรูอธิบายวิธีการใช้งานต่างๆ อย่างตื่นเต้น บางคนถึงกับหยิบกระดาษปากกามาจดกันแทบไม่ทัน
บรรยากาศของการรอรับเครื่องแม้จะนาน ผิดกับภาพที่ฝรั่งนอนรอซื้อเครื่องหน้าช็อป แต่บรรยากาศที่เมืองไทยต่างกันครับ ลูกค้าต้องยืนรอหาวกี่ร้อยรอบกว่าจะได้เครื่อง บางคนอาศัยมุมเงียบๆ แอบเงียบเอาแรงก่อนกลับบ้านก็มีครับ เป็นภาพที่งานเปิดตัวที่ไหนๆ ในโลกไม่มีแน่นอน
 
 
 
 
ผมว่างานเปิดตัวโทรศัพท์มือถือที่ยิ่งใหญ่กว่านี้คงไม่มีอีกแล้วครับ อย่างน้อยก็ได้เก็บภาพประวัติศาสตร์ภาพนึงได้ แม้จะไม่ทันลูกค้าคนแรก แต่ก็ได้ถ่ายรูปลูกค้าลำดับที่ 2-5 ของประเทศไทยไว้แล้ว ด้วยกล้องของ iPhone และยิงออกมาจากงานผ่าน Gmail ครับ ลูกค้ากลุ่มนี้ได้เสื้อยืด และถุงสีดำๆ จาก Apple (ไม่ทราบว่าคืออะไร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เหนื่อยมากๆ และผลตอบรับก็ดีเกินคาดเช่นกันครับสำหรับการเปิดตัว iPhone 3G by Truemove ที่พารากอนฮออล์ สยามพารากอน ลูกค้าคนสุดท้ายที่ได้รับเครื่องวันนี้เกือบตีสองได้ สั้นๆ ง่ายๆ ก็คือใครที่สมัครแบบตัดผ่านบัตรเครดิตแล้ว วงเงินของท่านก็จะถูกตัดล่วงหน้าก่อนงานเริ่ม ถ้าไม่รอรับเครื่องก็เหมือนเสียเงินและเวลาฟรีๆ นั่นเอง ฮ่าๆๆ</p>
<p>บรรยากาศของลูกค้าคนแรกที่ได้รับเครื่องนั้นน่าขนลุกมาก ภายในห้องขนาดใหญ่ที่จุคนได้เป็นพัน มีพนักงานทรูที่เป็นทั้งสต๊าฟเทคนิค ฝ่ายบริการข้อมูลลูกค้า ฝ่ายจัดการเครื่องให้ใช้งานได้ ทุกคนยืนปรบมือเสียงดังลั่นให้กับลูกค้าคนแรกที่ได้รับ iPhone ที่มาพร้อมกับขบวนสื่อมวลชนที่ยิงแฟลชราวกับดาราดัง</p>
<p> </p>
<p> </p>
<p>ผมจะไม่ติติงเรื่องการจัดการมากเท่าไหร่นะครับ แม้ในความเป็นจริงจะวุ่นวายมากมายนัก เพราะขั้นตอนทั้งเรื่องของเอกสาร ขั้นตอนธนาคาร ขั้นตอนเรื่องเทคนิคต่างๆ มากมาย แต่จากสีหน้าของลูกค้าที่ได้รับเครื่องไปนั้นทำเอาหายเหนื่อยครับ ภาพของครอบครัวที่ต้องเสียเวลามากันทั้งบ้าน นั่งล้อมวงฟังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครจากทรูอธิบายวิธีการใช้งานต่างๆ อย่างตื่นเต้น บางคนถึงกับหยิบกระดาษปากกามาจดกันแทบไม่ทัน</p>
<p>บรรยากาศของการรอรับเครื่องแม้จะนาน ผิดกับภาพที่ฝรั่งนอนรอซื้อเครื่องหน้าช็อป แต่บรรยากาศที่เมืองไทยต่างกันครับ ลูกค้าต้องยืนรอหาวกี่ร้อยรอบกว่าจะได้เครื่อง บางคนอาศัยมุมเงียบๆ แอบเงียบเอาแรงก่อนกลับบ้านก็มีครับ เป็นภาพที่งานเปิดตัวที่ไหนๆ ในโลกไม่มีแน่นอน</p>
<p> </p>
<div id="attachment_153" class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><a href="http://www.up2gu.net/blog/wp-content/uploads/2009/01/first_group_iphone_thailand.jpg"><img class="size-full wp-image-153" title="first_group_iphone_thailand" src="http://www.up2gu.net/blog/wp-content/uploads/2009/01/first_group_iphone_thailand.jpg" alt="ลูกค้า iPhone คนที่ 2-5 ของประเทศไทย" width="500" height="667" /></a><p class="wp-caption-text">ลูกค้า iPhone คนที่ 2-5 ของประเทศไทย</p></div>
<p> </p>
<p> </p>
<p> </p>
<p>ผมว่างานเปิดตัวโทรศัพท์มือถือที่ยิ่งใหญ่กว่านี้คงไม่มีอีกแล้วครับ อย่างน้อยก็ได้เก็บภาพประวัติศาสตร์ภาพนึงได้ แม้จะไม่ทันลูกค้าคนแรก แต่ก็ได้ถ่ายรูปลูกค้าลำดับที่ 2-5 ของประเทศไทยไว้แล้ว ด้วยกล้องของ iPhone และยิงออกมาจากงานผ่าน Gmail ครับ ลูกค้ากลุ่มนี้ได้เสื้อยืด และถุงสีดำๆ จาก Apple (ไม่ทราบว่าคืออะไร แต่น่าจะเป็นเก้าอี้พับ) พร้อมการอบรมการใช้งานอย่างละเอียดยิบ</p>
<p>น่าอิจฉายิ่งนัก ฮ่าๆๆ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.up2gu.net/blog/teck-know/grand-opening-iphone-thailand/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>iPhone, iFault</title>
		<link>http://www.up2gu.net/blog/teck-know/iphone-ifault</link>
		<comments>http://www.up2gu.net/blog/teck-know/iphone-ifault#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Jan 2009 11:45:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>BlueScreen</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Tech Know]]></category>

		<category><![CDATA[apple]]></category>

		<category><![CDATA[iPhone]]></category>

		<category><![CDATA[marketing]]></category>

		<category><![CDATA[truemove]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.up2gu.net/blog/?p=147</guid>
		<description><![CDATA[
ทำไม iPhone by Truemove จึงแป๊ก

โปรโมชั่นไม่โดนใจ เน้น Data มากกว่า Voice
ทั้งๆ ที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีค่าโทรมือถือถูกสุดในโลก!
แถมอินเทอร์เน็ตไร้สายก็ดีสุดๆ เช่นกัน หึหึ
แล้วใครมันจะเล่น จะส่ง sms โทรสั่งเอาง่ายกว่าเยอะ
แล้วจะออกโปรฯ เยอะกันไปถึงไหน ตั้งแต่ Bronze, Silver, Gold, Platinum, Basic และเครื่องเปล่า
ลำพังโปรฯ ปกติของทรูมูฟ ลูกค้าก็ปวดหัวจะตายห่ากันอยู่แล้ว!
4 โปรแรก เป็นราคาเครื่อง + โปรโมชั่น สัญญา 24 เดือน, 2 โปรฯ หลังเน้นขายเครื่องมากกว่า
Basic ติดสัญญาแค่ 1 ปี ไม่ต้องผ่อนจ่ายเครื่องด้วย แถมเครื่องราคาถูกสุดกว่าทุกโปรฯ
แล้วใครจะใช้ Platinum ว่ะ ฮ่าๆๆ
อ้อ.. เครื่องเปล่าปลดล็อคด้วยนะครับ แต่เค้าไม่ค่อยเน้นหรือบอกเท่าไหร่
ข้อดีของเครื่องเปล่าปลดล็อคที่เห็นสองอย่างคือ ประกันศูนย์ และมี login Wi-Fi ติดมากับเครื่อง
แต่ประกันศูนย์ในที่นี้ ไม่ได้บอกว่าส่งศูนย์ MCC หรือ Truemove (เป็นอย่างหลังก็ซวยไป)
และ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="TEXT-ALIGN: center"><a href="http://www.up2gu.net/blog/wp-content/uploads/2009/01/iphone_by_tmv.jpg"><img class="size-full wp-image-148  aligncenter" title="iphone_by_tmv" src="http://www.up2gu.net/blog/wp-content/uploads/2009/01/iphone_by_tmv.jpg" alt="" width="395" height="283" /></a></p>
<p><strong>ทำไม iPhone by Truemove จึงแป๊ก</strong></p>
<ul>
<li>โปรโมชั่นไม่โดนใจ เน้น Data มากกว่า Voice</li>
<li>ทั้งๆ ที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีค่าโทรมือถือถูกสุดในโลก!</li>
<li>แถมอินเทอร์เน็ตไร้สายก็ดีสุดๆ เช่นกัน หึหึ</li>
<li>แล้วใครมันจะเล่น จะส่ง sms โทรสั่งเอาง่ายกว่าเยอะ</li>
<li>แล้วจะออกโปรฯ เยอะกันไปถึงไหน ตั้งแต่ Bronze, Silver, Gold, Platinum, Basic และเครื่องเปล่า</li>
<li>ลำพังโปรฯ ปกติของทรูมูฟ ลูกค้าก็ปวดหัวจะตายห่ากันอยู่แล้ว!</li>
<li>4 โปรแรก เป็นราคาเครื่อง + โปรโมชั่น สัญญา 24 เดือน, 2 โปรฯ หลังเน้นขายเครื่องมากกว่า</li>
<li>Basic ติดสัญญาแค่ 1 ปี ไม่ต้องผ่อนจ่ายเครื่องด้วย แถมเครื่องราคาถูกสุดกว่าทุกโปรฯ</li>
<li>แล้วใครจะใช้ Platinum ว่ะ ฮ่าๆๆ</li>
<li>อ้อ.. เครื่องเปล่าปลดล็อคด้วยนะครับ แต่เค้าไม่ค่อยเน้นหรือบอกเท่าไหร่</li>
<li>ข้อดีของเครื่องเปล่าปลดล็อคที่เห็นสองอย่างคือ ประกันศูนย์ และมี login Wi-Fi ติดมากับเครื่อง</li>
<li>แต่ประกันศูนย์ในที่นี้ ไม่ได้บอกว่าส่งศูนย์ MCC หรือ Truemove (เป็นอย่างหลังก็ซวยไป)</li>
<li>และ Wi-Fi ที่ติดกับเครื่อง ไม่น่าจะแงะออกมาใช้กับเครื่องอื่น หรือกับคอมได้ หึหึ</li>
<li>ไม่พูดเรื่องราคาได้งัยเนี่ย.. แพงกว่าเครื่องหิ้ว 4-5 พัน ราคาเครื่องปลดล็อคคือ 28,500 บาท</li>
<li>ราคานี้ไม่รวม vat 7% นะครับ หึหึหึหึหึหึ</li>
<li>เมื่อมีข้อดี 2 ข้อ กับราคาที่แพงกว่า 4-5 พัน ยังงัยก็น่าเป็นห่วง</li>
<li>ข่าวแจ้งว่า ยอดขายยังไม่ถึงหลักหมื่นเลยครับ แต่ในสัญญาบอกว่าปีนี้ต้องขายให้ได้แสนเครื่อง!</li>
<li>อุ๊บส์! อยากจะขำเป็นภาษาตุรกี</li>
<li>มันเป็นแผนการตลาดที่ห่วยมากๆ ไล่มาตั้งแต่โปรฯ - ราคา - การจัดงานเปิดตัว - บริการหลังการขาย</li>
<li>รู้ทั้งรู้อยู่ว่า สภาวะเช่นนี้ ไม่มีใครอยากเสี่ยงลงทุน แต่ถ้าจะทำ จงรอบคอบให้มาก</li>
<li>ลูกค้าทรูมีหลายกลุ่ม มีตั้งแต่ระดับบน จนถึงระดับล่าง</li>
<li>ถ้าระดับบน คือ ทรูวิชั่นส์ ระดับกลางคือ ทรูอินเทอร์เน็ต ระดับล่างคือทรูมูฟ</li>
<li>แต่เสือกขายของระดับบน ให้กับคนระดับล่าง!</li>
<li>แม้จะบอกว่า ระดับล่างมีผู้ใช้งานเยอะสุด น่าจะลงไปเล่นได้ดีกว่า ลูกค้าน่าจะได้เยอะกว่าก็ตาม</li>
<li>แต่ทรูมูฟเอง เป็นส่วนที่มีปัญหามากที่สุด ไล่ตั้งแต่สัญญาณจนถึงบริการหลังการขาย</li>
<li>ศัพท์ฟุตบอลเรียกว่า ดันหลังขึ้นสูงเพื่อเน้นเกมบุก แต่ระวังโดนโต้กลับ!</li>
<li>เพราะทำให้คู่แข่งเรียนรู้ความผิดพลาดจากทรูมูฟ และวางแผนการตลาดด้วยความรอบคอบกว่านี้</li>
<li>ที่แน่ๆ dtac และ AIS กำลังดีลอยู่แต่ไม่ผ่านเพราะมันแพงเกินไป</li>
<li>เมื่อไหร่ที่พี่ใหญ่ 2 เจ้านั้นพร้อม ทรูมูฟก็จะกลายเป็นน้องสุดท้องที่แบกต้นทุนสูงที่สุดตามไปด้วย</li>
<li>สถานการณ์จะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อ ทรูมูฟเอาทรูวิชั่นส์มาวิ่งบน 3G ให้ได้เท่านั้น!</li>
<li>ซึ่งคงจะอีกนานนนนนนนนนนนนนน&#8230;</li>
<li>นานเสียจนประกันเครื่อง iPhone หมดไปแล้วนั่นเอง ฮ่าๆๆๆ</li>
</ul>
<p><strong>งั้นแล้วอะไรที่จะทำให้ไม่แป๊ก</strong></p>
<ul>
<li>ราคาถูกกว่านี้ (เป็นไปได้ยากมาก)</li>
<li>โปรโมชั่นถูกกว่านี้ (คาดว่าจะมีมาเรื่อยๆ ตราบใดที่ยอดไม่วิ่ง)</li>
<li>เอาคอนเทนต์ที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์บน iPhone มากที่สุด เช่น ทรูวิชั่นส์ ทรูไลฟ์ ทรูมิวสิค ฯลฯ</li>
<li>เลือกเป้าที่จะชกอย่างพิถีพิถัน เช่น ลูกค้าทรูวิชั่นส์ที่มีกะตังแน่นอน, ลูกค้าทรูมูฟรายเดือนที่ใช้งาน Data มากกว่า หรือกลุ่มลูกค้าอินเทอร์เน็ตและ Wifi</li>
<li>เลิกเกาะภาพลักษณ์ Apple เพื่อหวังสร้างแบรนด์ให้ตัวเองดูดีขึ้น เพราะยิ่งทำให้ลูกค้าไม่เชื่อใจ</li>
<li>หรือถ้าเลิกเกาะไม่ได้ ก็จงทำตัวให้ดี ให้ลูกค้าเชื่อมั่น</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.up2gu.net/blog/teck-know/iphone-ifault/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ประชาธิปไตยไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก</title>
		<link>http://www.up2gu.net/blog/thai-style/democrazy-thaistyle</link>
		<comments>http://www.up2gu.net/blog/thai-style/democrazy-thaistyle#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 Nov 2008 04:57:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>BlueScreen</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Thai Style]]></category>

		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>

		<category><![CDATA[ประชาธิปไตย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.up2gu.net/blog/?p=140</guid>
		<description><![CDATA[
ประชาธิปไตยแบบไทยๆ เป็นระบอบการปกครองสุดคลาสสิคแห่งหนึ่งในโลก เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยที่มากกว่าสนามบินกลวงๆ ที่เหล่าพันธมิตรไปปิดล้อมเยอะเลยครับ
ประชาธิปไตยในประเทศไทย มีอายุได้ 60 กว่าปีเองครับ อายุขนาดนี้เทียบเท่ากับคนเข้าสู่วัยเกษียณแล้ว มีความนิ่งในภาวะอารมณ์และเก๋าเกมพอดู เป็นที่พึ่งพิงให้กับรุ่นน้องที่ตามมาได้
แต่ในความเป็นจริงแล้ว 60 กว่าปีนั้นเป็นแค่เด็กมัธยมเกรียนๆ คนนึง ที่คิดว่าตัวกูถูกต้องที่สุด อยากจะทำอะไรห่ามๆ ก็ทำเพราะนี่คือสิทธิเสรีภาพที่ตนเองมี ไม่สนใจพ่อแม่ สิ่งแวดล้อม สังคมรอบข้าง หรือคิดถึงอนาคตว่าวันนึงจะเป็นเช่นไร แค่เล่นสนุกไปวันๆ หรือเผ้อฝันไปเรื่อยอย่างไร้จุดหมาย
ระบอบไม่ได้เกรียนนะครับ แต่คนที่มองระบอบนั้นมองในมุมของความเกรียน หลงเชื่อว่าประชาธิปไตยล่มเท่ากับชาติล่ม เสียงของประชาชนที่ผ่านการเลือกตั้งด้วยประชาธิปไตย 4 วินาทีนั้นคือพลังโดยชอบธรรมที่ไม่มีใครคัดค้านหรือคิดต่างได้ ส่วนใครที่ไม่ใช่พวกพ้องตนเองก็ถูกผลักให้อยู่ชายขอบ กดดันจนไม่มีทางเลือกอื่นใด
 
จุดๆ นึงที่สำคัญและถูกละเลยไม่ได้พูดถึงกันมานาน คือ ประชาธิปไตยคือความใจกว้างที่จะรับฟังและปรับใช้เพื่อให้ทุกคนพอใจ คงคล้ายๆ ที่เวลาปรึกษากับเพื่อนว่าเย็นนี้จะกินอะไรดี โหวตกันเสียงส่วนใหญ่บอกไปกินอย่างนึง แต่ส่วนที่เหลือบอกกินไม่ได้เพราะแพ้อาหาร สุดท้ายเราก็ต้องเลือกอีกร้านเพื่อให้เพื่อนทั้งหมดได้กินพร้อมกัน แม้ว่าจะไม่ใช่มติเสียงส่วนใหญ่ก็ตาม
เสียงโหวตที่ได้รับจึงไม่ใช่ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ หากแต่เพียงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทุกคนคิดว่าน่าจะใช่ แต่ทางเลือกนั้นก็ไม่จำเป็นว่าต้องใช่ทุกครั้งไป
 
คนที่กุมอำนาจรัฐที่ได้จากระบอบมองว่าการกระทำของอีกฝั่งคือการไม่เคารพระบอบและเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ในอีกมุมนึง ก็ไม่คิดที่จะรับฟัง ตอบข้อสงสัย หรือรับข้อเสนอบางอย่างเพื่อปรับให้การปกครองประเทศนั้นเป็นที่พอใจของคนทั้งประเทศเลย
และไม่ว่าไอ้หน้าไข่แม้ว หน้าเหลี่ยม หน้าหล่อ หรือหน้าไหนๆ ถ้ายังคิดว่าประชาธิปไตยเป็นได้เท่านี้ ต่อให้มีเสื้อเหลือง เสื้อเขียว เสื้อฟ้า ไล่ไปได้ทุกเฉด มันก็จะกลับมาที่เดิมเสมอ
 
แล้วให้เด็กมันด่าว่าผู้ใหญ่สมัยนี้แม่งเหี้ย เหมือนที่ผมนั่งด่าอยู่ทุกวันนี้
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/793/5793/images/locate/saovaree1.jpg"><img class=" aligncenter" title="รูปจาก http://www.oknation.net/blog/petpetpe " src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/793/5793/images/locate/saovaree1.jpg" alt="รูปจาก http://www.oknation.net/blog/petpetpe " width="500" height="332" /></a></p>
<p>ประชาธิปไตยแบบไทยๆ เป็นระบอบการปกครองสุดคลาสสิคแห่งหนึ่งในโลก เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยที่มากกว่าสนามบินกลวงๆ ที่เหล่าพันธมิตรไปปิดล้อมเยอะเลยครับ</p>
<p>ประชาธิปไตยในประเทศไทย มีอายุได้ 60 กว่าปีเองครับ อายุขนาดนี้เทียบเท่ากับคนเข้าสู่วัยเกษียณแล้ว มีความนิ่งในภาวะอารมณ์และเก๋าเกมพอดู เป็นที่พึ่งพิงให้กับรุ่นน้องที่ตามมาได้</p>
<p>แต่ในความเป็นจริงแล้ว 60 กว่าปีนั้นเป็นแค่เด็กมัธยมเกรียนๆ คนนึง ที่คิดว่าตัวกูถูกต้องที่สุด อยากจะทำอะไรห่ามๆ ก็ทำเพราะนี่คือสิทธิเสรีภาพที่ตนเองมี ไม่สนใจพ่อแม่ สิ่งแวดล้อม สังคมรอบข้าง หรือคิดถึงอนาคตว่าวันนึงจะเป็นเช่นไร แค่เล่นสนุกไปวันๆ หรือเผ้อฝันไปเรื่อยอย่างไร้จุดหมาย</p>
<p>ระบอบไม่ได้เกรียนนะครับ แต่คนที่มองระบอบนั้นมองในมุมของความเกรียน หลงเชื่อว่าประชาธิปไตยล่มเท่ากับชาติล่ม เสียงของประชาชนที่ผ่านการเลือกตั้งด้วยประชาธิปไตย 4 วินาทีนั้นคือพลังโดยชอบธรรมที่ไม่มีใครคัดค้านหรือคิดต่างได้ ส่วนใครที่ไม่ใช่พวกพ้องตนเองก็ถูกผลักให้อยู่ชายขอบ กดดันจนไม่มีทางเลือกอื่นใด</p>
<p> </p>
<p>จุดๆ นึงที่สำคัญและถูกละเลยไม่ได้พูดถึงกันมานาน คือ ประชาธิปไตยคือความใจกว้างที่จะรับฟังและปรับใช้เพื่อให้ทุกคนพอใจ คงคล้ายๆ ที่เวลาปรึกษากับเพื่อนว่าเย็นนี้จะกินอะไรดี โหวตกันเสียงส่วนใหญ่บอกไปกินอย่างนึง แต่ส่วนที่เหลือบอกกินไม่ได้เพราะแพ้อาหาร สุดท้ายเราก็ต้องเลือกอีกร้านเพื่อให้เพื่อนทั้งหมดได้กินพร้อมกัน แม้ว่าจะไม่ใช่มติเสียงส่วนใหญ่ก็ตาม</p>
<p>เสียงโหวตที่ได้รับจึงไม่ใช่ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ หากแต่เพียงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทุกคนคิดว่าน่าจะใช่ แต่ทางเลือกนั้นก็ไม่จำเป็นว่าต้องใช่ทุกครั้งไป</p>
<p> </p>
<p>คนที่กุมอำนาจรัฐที่ได้จากระบอบมองว่าการกระทำของอีกฝั่งคือการไม่เคารพระบอบและเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ในอีกมุมนึง ก็ไม่คิดที่จะรับฟัง ตอบข้อสงสัย หรือรับข้อเสนอบางอย่างเพื่อปรับให้การปกครองประเทศนั้นเป็นที่พอใจของคนทั้งประเทศเลย</p>
<p>และไม่ว่าไอ้หน้าไข่แม้ว หน้าเหลี่ยม หน้าหล่อ หรือหน้าไหนๆ ถ้ายังคิดว่าประชาธิปไตยเป็นได้เท่านี้ ต่อให้มีเสื้อเหลือง เสื้อเขียว เสื้อฟ้า ไล่ไปได้ทุกเฉด มันก็จะกลับมาที่เดิมเสมอ</p>
<p> </p>
<p>แล้วให้เด็กมันด่าว่าผู้ใหญ่สมัยนี้แม่งเหี้ย เหมือนที่ผมนั่งด่าอยู่ทุกวันนี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.up2gu.net/blog/thai-style/democrazy-thaistyle/feed</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
