UP2GU.NET

Archive for the 'Tech Know' Category

ข้อควรรู้เมื่อจะอัพเกรด iPhone Firmware 3.0

  1. firmware 3.0 มีขนาดประมาณ 200 กว่าๆ เม็ก ใช้ iTunes 8.2 ในการอัพเกรด และเสียเวลาในการอัพเกรดเฟิร์มแวร์ประมาณ 10-15 นาที
  2. ก่อนเริ่มการอัพเกรดเฟิร์มแวร์นั้น คอมที่ใช้ต้องต่อเน็ตก่อน เพื่อ connect กับ Apple Server ไม่งั้นเริ่มขั้นตอนไม่ได้
  3. ระหว่างการอัพเกรด หน้าจอ iPhone จะเป็นรูปแอปเปิ้ลพร้อมแถบแสดงสถานะการโหลดอยู่ สามารถใส่ซิมลงไปได้ โดยไม่กระทบต่อการโหลด
  4. เพราะถ้าไม่ใส่ซิม iPhone จะเป็นเฟิร์มแวร์ 3.0 แต่เครื่องถูกล็อค ใช้งานไม่ได้ และต้องเสียเวลาทำใหม่
  5. เมื่อทำการอัพเกรดเสร็จแล้ว แนะนำให้เข้าไปใส่ My Number เพื่อเปิดใช้งาน MMS
  6. กรณีที่เป็นลูกค้าทรูมูฟ เครื่องจะขึ้น popup ให้ใส่ My Number หรือเบอร์โทรของซิมที่อยู่ในเครื่องทันที สะดวกมาก
  7. ถ้าเป็นลูกค้าเจ้าอื่น ต้องไปตั้งค่า MMS เอง โดยเข้าไปที่ Setting > General > Network > Cellular Data
  8. ข้อมูลการตั้งค่าของ AIS
    APN = multimedia
    Username = ไม่ต้องใส่
    Password = ไม่ต้องใส่
    MMSC = mms.mobilelife.co.th
    Proxy : 203.170.229.34:8080
  9. ข้อมูลการตั้งค่าของ DTAC
    APN ของ DTAC = mms
    Username = ไม่ต้องใส่
    Password = ไม่ต้องใส่
    MMSC = http://mms.dtac.co.th:8002/
    Proxy : 203.155.200.133:8080
  10. ตั้งค่าเสร็จแล้วลองปิด-เปิดเครื่องใหม่หนึ่งครั้ง และเข้าไปที่หน้า Message ดู
  11. ถ้าสามารถใช้งานได้ จะขึ้นรูปกล้องอยู่ทางซ้ายมือข้างๆ text box ที่พิมพ์ข้อความเพื่อส่ง
  12. ถ้าไม่ขึ้น แนะนำให้เช็คการตั้งค่า และปิดเปิดเครื่องอีกที (อ้าว - -’)
  13. ผมทำอย่างนี้อยู่ตั้งสามรอบแหน่ะ กว่ามันจะขึ้นมา เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งท้อครับ ฮ่าๆๆ
  14. ข้อดีอีกอย่าง คือ สามารถใช้งานฟังก์ชั่นที่ให้ iPhone เป็นทางผ่านสำหรับต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน USB หรือ Bluetooth
  15. ฟังก์ชั่นในข้อ 10 ไม่ปรากฎเมื่อใส่ซิม dtac ครับ ป่อยยยย - -’
  16. ปัญหาที่พบในการใช้ firmware 3.0 คือเครื่องหนืดขึ้น และ MMS บางคนรับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง
  17. ปัญหาเรื่อง MMS บางคนรับได้บ้าง ไม่ได้บ้างนั้น สันนิฐาน (เอาเอง) ว่าอาจจะอยู่ที่ขนาดไฟล์ที่ใหญ่เกินไป
  18. อธิบายอย่างนี้ครับ ปกติมือถือทั่วไป จะส่ง MMS ขนาดเล็ก ไม่น่าจะเกิน 100Kb ถ้าไฟล์รูปจากมือถือทั่วไปใหญ่เกิน มันจะทำการ resize ให้ ภาพที่ได้เลยไม่ชัดมาก ไม่ใหญ่มาก
  19. แต่ iPhone ไม่สามารถ resize รูปที่ถ่ายจาก iPhone ได้ เวลาส่งไปไฟล์จะมีขนาดใหญ่จนเข้ามือถืออีกฝั่งไม่ได้ ต้องไปดูจาก URL แทน
  20. ดังนั้น iPhone ส่งรูปถ่ายออกไปให้มือถือทั่วไปไม่ได้ - กับ iPhone (น่าจะ) ได้ แต่รับจากมือถือทุกเครื่องได้
  21. ฟังก์ชั่นอื่นที่น่าสนใจ เช่น คีย์บอร์ดไทย 3 บรรทัด เอาตัวหนังสือไทยที่เขียนบ่อยมาวางไว้ สุดยอดมาก!
  22. ฟังก์ชั่นในข้อ 21 พวกภาษาวิบัติคงชอบ สนุกแชทแน่ ฮ่าๆ
  23. ฟังก์ชั่น “ตัด-ปะ” ใช้งานดีเยี่ยม โดยเฉพาะ Copy Link และ Copy ข้อความในเว็บมาแปะลงที่ SMS หรือการตั้งค่าใดๆ ก็ง่ายมาก
  24. สุดท้าย ฟังก์ชั่น “เขย่า” ที่เป็นทั้ง Undo Typing และเปลี่ยนเพลง ก็เจ๋งครับ
  25. แต่เปลี่ยนเพลงนี่ เคยใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินโทงเทง มันเปลี่ยนเพลงให้ผมเฉยเลย
  26. แหม..ทำไปได้ - -’
1 comment

Review : นิตยสารแจกฟรี Digital Lifestyle

วันก่อนซื้อนิตยสาร GM ฉบับครบรอบ 23 ปีมา ซื้อเล่มแรกในรอบหลายเดือนเพราะปกเล่มนี้ไม่ใช่รูปผู้ชายครับ ฮ่าๆ ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ มันแถมนิตยสารแจกฟรี เนื้อหาเกี่ยวกับ Technology และ Gadget ต่างๆ ชื่อ “Digital Lifestyle” หรือย่อว่า “DL” น่าจะเป็นฉบับแรกที่ออกมาของนิตยสารหัวนี้ครับ

พลิกอ่านไปมา ผมได้พบกับสัดส่วนเนื้อหาที่แปลกประหลาด และไม่คิดว่าจะปรากฎในเครือนิตยสารที่มีคุณภาพอย่าง GM เริ่มตั้งแต่บทบรรณาธิการ ที่พยายามเอาคำพระ เล่าถึงกราฟ และพูดถึงวิถีของผู้รัก Gadget ว่าสุดท้ายแล้ว ถึงคุณจะมีอุปกรณ์อะไรก็ไม่ได้ช่วยให้มีความสุขอะไรมาก ทุกสิ่งล้วนอยู่ที่ใจ (อ้าว… แล้วกูจะอ่านทำแมวน้ำอะไรว่ะ?)

ต่อมาก็พบกับสัดส่วนของโฆษณาแบบโต้งๆ โฆษณาแอบแฝงที่เนียนและไม่เนียนอยู่หลายที่ ผมเข้าใจดีว่าธุรกิจสิ่งพิมพ์สมัยนี้ล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับโฆษณา แต่ช่วยกรุณาหาสปอนเซอร์ให้เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่คุณพูดถึงหน่อย เช่น เล่าเรื่อง iPhone แต่คุณไม่เห็นไปขอโฆษณาจากทรูมูฟ อย่างนี้ทรูมูฟสบายแฮเพราะมีคนโฆษณาให้ฟรีโดยไม่เสียเงินซักบาท แต่นิตยสารเสียหน้าสีไป 2 หน้าเต็ม ฮ่าๆๆ

เนื้อหาภายในแม้ตีมหลักจะไฮเทค แต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่เก่า และให้น้ำหนักกับเรื่องบางเรื่องมากไปจนน่ารำคาญ เช่น พูดถึง Wi-Fi จริงๆ ไม่ต้องท้าวความมากว่าความเป็นมาคืออะไร แต่ควรกระชับถึง “ปัจจุบัน” และ “อนาคต” ของเทคโนโลยีนี้มากกว่า

ที่สำคัญ ไม่ต้องเน้น Wi-Fi ซะหมด เช่น ร้านนี้มีไวไฟนะเธอ โรงแรมนี้ก็มีไวไฟนะเธอ สปานี้ก็มีไวไฟนะเธอ อยู่ในทุกที่ที่พูดถึงสถานที่ต่างๆ หรือไม่ก็รวบไปเป็นคอลัมน์ตระเวณเที่ยว + หลอกแดกฟรีไป รีวิวอาหาร บรรยากาศ พูดถึงความเร็วและการเข้าใช้งาน Wi-Fi ของร้านนี้ว่าดีมั้ย เพราะบางร้านบอกเล่นฟรี แต่ต้องไปขอ Access Code อยู่ดี

แต่ผมเชื่อว่าในเล่มต่อๆ ไปคงมีแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่านี้ครับ :)

 

สุดท้าย อันนี้เป็นข้อเรียกร้องไปยังนิตยสาร หรือหนังสืออื่นๆ ว่าถ้าอยากเห็นเมืองไทยเป็น “อารยะ” ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ช่วยนำเสนอเนื้อหาการใช้งานแบบถูกต้องลิขสิทธิ์กันหน่อยครับ เลิกซักทีกับการหาทริปวิธีการแก้ Genius บน XP, วิธีการ Jailbreak iPhone แล้วหันมาส่งเสริมการใช้งานที่ควรจะเป็น ใครจะรีวิว Windows ก็จะได้พูดถึงความคุ้มค่าที่จะเสียเงิน สอนการใช้ GIMP ให้เทพเหมือนกับใช้ Photoshop หรือแม้แต่การรีวิว iPhone App. ที่มีเป็นหมื่นตัว ทำเป็นปีก็ไม่หมดหรอกครับ

 

อย่างนี้ค่อยเรียกว่า “สื่อ (ไอที) สร้างสรรค์” อย่างแท้จริง

2 comments

ถ่ายข้อมูลจาก Samsung F480 ไปที่ iPhone ด้วย Address Book

ในที่สุดก็อดรนทนไม่ไหว ซื้อ iPhone 3G มาใช้อย่างจริงจังเสียที หลังจากเคยมี iPhone 2G ใช้อยู่พักนึงสมัยที่หิ้วมาขายกันล็อตแรกๆ ของเมืองไทย และช่วงเปิดตัว iPhone 3G ของ Truemove ที่บริษัทให้กลับมาใช้งานก่อนเพื่อความคุ้นเคย 

มือถือตัวเก่าอย่าง Samsung F480 ที่ใช้งานได้ดีอยู่เลยต้องถูกขายเพื่อเอาเงินไปต่อทุนซื้อซิลิโคนและอุปกรณ์เสริมกันไปครับ

 

ทีนี้ จะถ่ายข้อมูลจาก F480 เริ่มแรกเลยคือบรรดาเบอร์โทรศัพท์ทั้งหลาย ผมมีเบอร์อยู่ในเครื่องประมาณ 320 เบอร์ ซึ่งเกินกว่าซิมทั่วไปจะรับได้ (ซิมปกติมีความจุ 250 เบอร์) เพราะ iPhone สามารถเพิ่มเบอร์ทีละมากๆ ได้ด้วยวิธีการ Sync กับก๊อบเบอร์จากซิมลงเครื่องทีละชุดเท่านั้น

คราวแรก ผมใช้วิธีการก๊อบปี้ลงซิมสองรอบ เบอร์โทรมาครบหมดครับ แต่ขาดระเบียบวินัยอย่างแรง ส่วนใหญ่เวลาเราเม็มเบอร์ไว้ จะใส่ชื่อในช่อง First name กัน แต่ผมเม็มบางครั้งเผลอใส่ใน ​First name บ้าง Last name บ้าง บน F480 แสดงปกติครับ แต่พอบน iPhone ชื่อกระจายตามตัวอักษรเลยครับ

เช่น ผมพิมพ์ True Nong ใน F480 จะเรียงจากตัว T แต่ iPhone ไปเรียงจากตัว N แทน เพราะ Nong ไปอยู่ในช่อง Last name

 

แบบแรกไม่เวิร์คครับ เพราะซักพักผมไป Sync ไปมากับเครื่องคอม ทำให้เบอร์หายไปหมด อีกอย่าง ผมขี้เกียจถอดซิมเข้าออกมือถือสองเครื่องบ่อยๆ เลยลองใช้วิธีการ Sync กับ Macbook แทน เวลามีปัญหาอะไร กู้เบอร์ทั้งหมดจะได้ง่ายเพียงแค่เสียบสายเชื่อมต่อกับคอม ทุกอย่างก็จะกลับเป็นเหมือนเดิม

ปัญหาต่อมาคือ F480 ไม่สามารถใช้ iSync บน Mac OSX 10.4.x หรือ Tiger ได้ ต้องเป็น 10.5 หรือ Leopard เท่านั้นครับ ผมเลยใช้วิธีลูกทุ่งคือ ส่งรายชื่อทั้งหมดเป็นไฟล์ .vcf โดยใช้คำสั่ง “send namecard” บน F480 ผ่าน ​​Bluetooth เข้า Macbook ครับ แต่รายชื่อนั้นไม่ได้มาก้อนเดียวหลายชื่อ ชื่อนึงก็ไฟล์นึง เลยมาเป็นร้อยไฟล์เลยครับ - -’

เมื่อได้ไฟล์ .vcf ซึ่งเป็นไฟล์เก็บรายชื่อและเบอร์โทรที่เป็นมาตรฐาน ใช้งานได้กับโปรแกรมจัดการได้หลายตัว บนแมคนี่คือ Address Book ที่มาพร้อมกับ Mac OSX อยู่แล้ว ผมก็ทำการ Import Card ทั้งหมดใส่ในเครื่อง และทำการจัดระเบียบให้เรียบร้อย เช่น จัดกลุ่ม แก้ไขชื่อที่มีปัญหา แก้ไขชื่อเป็นภาษาไทย (เพราะบน iPhone ยังพิมพ์ไทยไม่ได้)

 

 

เมื่อเสร็จแล้ว ผมก็เปิด iTunes เลือกที่แถบ Info และให้ iPhone ทำการ Sync ข้อมูล Contact ที่อยู่ใน Address Book ทั้งหมดมาไว้ในเครื่องครับ

 เสร็จเรียบร้อย!

 

 

 

ข้อดีของการใช้วิธีการนี้ คือ ทุกครั้งที่เอา iPhone มาเสียบกับเครื่องนี้ มันจะทำการแก้ไขข้อมูลรายชื่อและเบอร์โทรเก็บไว้ในเครื่องคอมเสมอ เวลามีปัญหาใดๆ ก็สามารถกู้กลับมาได้อย่างง่ายดาย และสะดวกในการแก้ไขข้อมูลต่างๆ อย่างผมเลือกที่จะพิมพ์ข้อมูลผ่าน Macbook หน้าจอใหญ่ๆ ดีกว่านั่งกดทีละตัวและพิมพ์ภาษาไทยไม่ได้บน iPhone ครับ

ข้อเสียคือ ถ้าคอมเครื่องนั้นต้องต่อกับ iPhone เครื่องอื่น อาจถึงคราวชิบหายได้ถ้าไปตั้งให้ Auto Sync เพราะเบอร์ของคุณจะไปปรากฎอยู่ใน iPhone ของชาวบ้าน และทำการลบเบอร์ของเขาทิ้งไปหมด ดังนั้นจึงต้องระวังในทุกครั้งที่ไปเสียบกับเครื่องคอมที่ไม่ใช่ของตัวเองครับ

 

 

รอบหน้า จะมาอธิบายวิธีการใช้งาน MobileMe ว่ามันเวิร์กยังงัย :D

No comments

Next Page »