UP2GU.NET

Archive for October, 2008

อันตรายของ Social Network

เมื่อก่อนผมเคยคิดเช่นนั้นจริงๆ ครับ แต่คิดแบบเหมารวมถึงคนทำเว็บในยุคแรกๆ ที่มองไปทางไหนก็เจอแต่คนรู้จักกันทั้งนั้น ต่างชื่นชมผลงานของกันและกันอยู่ห่างๆ พอมาเจอตัวจริง อ้าว.. พี่คนนั้น พี่คนนี้นี่เอง

พอมาถึงยุค  Social Network แล้ว มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้าสู่วงการเยอะมาก เด็กประถมก็เล่นเกมเป็น มี Hi5 กันแล้ว เหมือนโลกออนไลน์จะลดช่วงอายุเวลาของผู้เล่นลงไปเรื่อยๆ ขณะที่หน้าแก่ๆ เก่าๆ ก็ยังอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากัน ทำให้คนเล่นอินเทอร์เน็ตเยอะมาก มากเสียจนใครบางคนแอบคิดว่า ถ้าเราทำอะไรไป ใครจะมาตามตัวเจอกันได้

ในอดีต เคยมีคดีความมากมายที่เกิดขึ้นจากความคะนองของผู้ใช้งาน ศัพท์เฉพาะทางเรียก “เกรียน” จนทำให้เว็บบอร์ดหลายแห่งใช้การยืนยันตัวผู้ใช้งานอย่างเป็นระบบมาจัดการ เผื่อเกิดเรื่องอะไรจะได้ตามตัวกันถูก หรือใช้เทคโนโลยีเดิมๆ อย่างการตามเช็ค IP กัน นี่ก็ยังนิยมอยู่ครับ

แต่ความน่ากลัวมันเกิดขึ้น สืบเนื่องจากกระทู้หน้าหนึ่งในเว็บพันทิบดอทคอม ห้องตากล้อง เป็นกระทู้แนะนำชื่อ พฤติกรรมแย่ๆ ที่ทำให้วงการถ่ายภาพด่างพร้อย ที่พูดถึงตากล้องที่โกงลูกค้าหลายราย บังเอิญว่าตากล้องคนนั้นเป็นคนที่ผมรู้จักอย่างดีซะด้วย เวลาอ่านกระทู้ไปจึงได้เห็นข้อมูลที่แต่ละคนสืบค้นและโพสประจานความชั่วร้ายกัน จริงบ้าง เท็จบ้างตามเรื่องไป

ความน่าสนใจยิ่งไปกว่านั้นคือ กระทู้นั้นนอกเหนือจากข้อมูลทั่วไปอย่าง สถานศึกษา เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ ที่ถูกนำมาโพสแล้ว ยังมีเรื่องของสถานที่ฝึกงาน หรือที่ๆ เขากล่าวอ้างว่าเคยทำงานมาก่อน และหลักฐานชี้ตัว แสดงหน้าตาอย่างชัดเจนจนเรียกได้ว่าดิ้นไม่หลุดแน่นอน นั่นคือ Hi5 และ Multiply!

ที่ถูกตามไปด่าเยอะหน่อยคือใน Multiply ซึ่งในเมืองไทยเป็นที่รู้กันว่าเป็นแหล่งรวมตากล้อง ใครๆ ต้องไปโพสรูปที่นั่นเพื่อหางานเสมอ เลยถูกคนรู้จัก เพื่อนร่วมวงการ หรือลูกค้าตามไปด่ากัน ส่วน Hi5 ดูค่อนข้างเป็นส่วนตัวกว่า มีรูปเพื่อนๆ ใน Top Friend เยอะคงเกรงใจ ไม่กล้าตามไปด่าเท่าไหร่นัก

 

ลองคิดเล่นๆ นะครับว่า เมื่อมี Social Network แล้ว เราไว้ใจที่จะใส่ข้อมูลจริงลงไป ในทางกลับกัน เทคโนโลยีการสืบค้นก็มีความสามารถมากพอที่จะประมวลข้อมูลจริงเหล่านั้นออกมาให้เราเช่นกัน กลายเป็นว่า ถ้าวันนึงไปทำใครเจ็บแค้นขึ้นมา เราอาจถูกตีโต้จนไม่ทันได้ตั้งตัวง่ายๆ บวกกับกระแสสังคมที่ชอบ “กระทืบซ้ำ” อยู่ด้วย กว่าจะแก้ต่างว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ก็คงกระเด็นกระดอนไปไกลเกินกว่าจะตั้งตัวได้แล้วครับ

 

วันนี้คุณลองเสิร์ชชื่อของคุณแล้วหรือยังครับ?

1 comment

Samsung F480 เกิดมาเพื่อฆ่า iPhone?

ผมเป็นคนใช้มือถือไม่ค่อยซ้ำยี่ห้อเลยครับ ถ้านับไล่เรียงกันก็มีตั้งแต่ Phillips, Siemens, Nokia, Sony Ericsson และล่าสุดมาลงเอยที่พลังกิมจิอย่าง Samsung ที่ผมด้อมๆ มองๆ อยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่คิดว่าจะแซงหน้า HTC แบบเสี้ยววินาทีแบบนี้

ในราคา 15,000 บาทขึ้นไปนั้น ผู้ท้าชิงที่รอขึ้นเวทีมีตั้งแต่ Smartphone อย่าง HTC หลายรุ่น, Omnia รุ่นพี่ของ F480 หรือชื่อเรียกของมันว่า “Tocco”, Nokia E Series และที่สำคัญคือ มวยรุ่นสดๆ อย่าง iPhone ที่ท้าตีชาวบ้านไปทั่ว

จริงอยู่ที่ F480 นั้นออกมาก่อน Omnia และแม้จะพูดไม่ได้เต็มปากว่า มันเกิดมาเพื่อมาฆ่า iPhone เท่าไหร่นัก เพราะเอาเข้าจริงแล้ว ระบบปฏิบัติการของทั้ง F480 และ Omnia ที่เป็นทั้งระบบบ้านๆ กับ Windows Mobile 6 ก็ยังด้อยกว่า iPhone อยู่หลายขุมนัก แต่ก็สร้างความฮือฮาให้กับวงการพอสมควรที่นำเอาฟังก์ชั่นการ “ถูไถ” มาสู้กับ iPhone ได้อย่างสนุก สนุกกว่าตอน HTC Touch ทำถูไถเลื่อนเมนูเยอะเลยครับ

สิ่งแรกที่ F480 ได้ฆ่า iPhone คือกล้องครับ มีมาให้ 5 ล้านพิกเซล! คือกะฆ่าให้ตายเลยครับงานนี้ และเป็นมือถือไม่กี่รุ่นที่บ้าพลังเรื่องกล้องขนาดนี้ จริงๆ 5 ล้านฟังดูเหมือนยิ่งใหญ่ หรือคิดกันไปไกลว่าใช้แทนกล้องดิจิตอลได้เลย ยังงัยเสีย ผมว่ากล้องดิจิตอลก็ยังเหนือกว่ากันเห็นๆ ตราบใดยังไม่มีค่ายมือถือไหนบ้าพอจะใส่ชิปกล้องลงมือถือ ฮ่าๆๆ

เรื่องต่อมาคือขนาดครับ สังเกตได้ว่าขนาดอยู่ในแค่อุ้งมือเท่านั้น ไม่เหมือนกับ iPhone หรือ Omnia ที่ใหญ่กว่าพอสมควร ข้อนี้เหมาะแก่การใช้งานจริงมากกว่ามือถือที่ทำเป็นเท่เยอะเลยครับ อีกทั้งวัสดุที่ใช้ก็แข็งแรง ฝาหลังเป็นโลหะด้วย หรือจะเปลี่ยนเป็นฝาหนังที่แถมมากับเครื่องที่ยาวมาปิดหน้าจอได้ ก็เลือกตามสะดวก ถือว่างานนี้มีครบ ไม่ต้องซื้อซิลิโคนแต่อย่างใด 

เมื่อกี้พูดถึงการทำงานแบบ “ถูไถ” ไปบ้างแล้ว พูดภาษาฝรั่งเรียกว่า “Touch Screen” นั่นเอง ในเรื่องการตอบสนองต่อการกด ผมว่าดีกว่าการใช้ปากกาจิ้มๆ ใน smart phont มาก หรือถ้าเทียบกับ iPhone ผมคิดว่าสูสีเลยทีเดียว มีการเลื่อนซ้ายขวา-ขึ้นลงได้สมบูรณ์ หรือถ้ามันวิ่งเร็วไปหน่อยก็ใช้ปุ่มบังคับขึ้นลงที่อยู่ด้านข้างของเครื่องก็ใช้งานแทนได้

อีกเทคนิคนึงของการ “ถูไถ” ที่น่าใช้คือ เมื่อเราเปิดหน้า Phonebook หรือ SMS แล้วมีข้อมูลเยอะๆ ถ้าเราลากจากบนลงล่าง ทางด้านขวามือ จะวิ่งช้ากว่าลากทางซ้ายมือครับ เวลาไล่รายชื่อลงไปท้ายๆ ใช้ถูทางซ้ายก็จะสะดวกมากขึ้น

เสียอย่างเดียว ที่ไม่มีการ rotate หน้าจออัตโนมัติ และฟังก์ชั่น “แหวก” ของ iPhone เพื่อซูมเข้าไปดู ไม่งั้นเทพจ๊อบคงกลุ้มน่าดู ฮี่ๆๆ..

ยังไม่หมดครับ interface ของโปรแกรมใน F480 ใช้งานง่ายและครบเครื่อง ผมยกตัวอย่างเรื่องการจัดการ Bluetooth ที่เป็นไฮไลท์ของ F480 นะครับ ชื่อเครื่องจะขึ้นเป็นวงกลมตรงกลาง ส่วนเครื่องอื่นๆ ที่หาเจอนั้น จะเป็นวงกลมเล็กๆ ขึ้นอยู่รอบๆ ถ้าอยากจะเชื่อมต่อกับเครื่องไหน ก็ลากเข้ามาที่วงกลมตรงกลางได้เลยครับ เป็นการทำงานที่เข้าใจง่ายและเท่มากๆ

 

ยังงัยแล้ว ผมก็ยังไม่เชื่อว่า iPhone คือมือถือที่น่าใช้ที่สุดครับ แต่เป็นมือถือที่หวือหวาที่สุดมากกว่า และ F480 นั้น แม้จะทำท่าเหมือนจะมาฆ่า iPhone แต่ก็คงเป็นเพียงแค่มาขัดขาไม่ให้วิ่งฉลุยไปไกลเพื่อนฝูงหรอกครับ เพราะเอาเข้าจริงแล้ว โปรแกรมที่มากับเครื่องนั้นไม่ยืดหยุ่นมากพอที่จะใช้งานแนวธุรกิจได้อย่างที่ iPhone คิดจะชนกับ Blackberry

ถ้าเป็น Home User หล่ะก็ iPhone ก็ iPhone เหอะ งานนี้มีเหนื่อยแน่

1 comment

เซ็งเป็ดมาก ใช้หมาแทนก็ได้ว่ะ

เมื่อ 3-4 ปีก่อน โปรแกรม FTP ในดวงใจของผมคือ CuteFTP เลยครับ หาแครกได้สะดวกเหลือเกิน interface ก็ง่าย แต่พอเข้าสู่ยุค opensource แล้วนั้น ผมหาโปรแกรม FTP ดีๆ แบบ CuteFTP ไม่เจอเลยครับ ใกล้เคียงสุดก็เป็น SmartFTP แต่ใช้ฟรีแค่ 30 วันเท่านั้น หรือแม้แต่โปรแกรมแบบเสียตัง หาอย่างที่ชอบก็ไม่มีเหมือนกัน

พอมาใช้ Mac OS X ผมไปลงเอยกับพี่เป็ด Cyberduck ครับ มีคน review ไว้ว่าใช้งานง่ายและสะดวก ที่สำคัญเป็นเมนูภาษาไทยเสียด้วย แม้ว่ามันจะไม่เหมือนกับ CuteFTP ตรงที่การแสดงผลไม่มีหลายๆ หน้าต่างเพื่อให้ลากไปมา หรือแสดงสถานะว่าไฟล์แต่ละไฟล์ไปถึงไหนอยู่ในหน้าเดียวกัน กลับขึ้นเป็น popup แทน แต่โดยรวมก็ถือว่าดีใช้ได้

และแล้วก็เกิดปัญหาขึ้นครับ อยู่ๆ พี่เป็ดของผมก็ใช้เวลาในการ upload หรือ download นานมาก นานแบบว่าโหลดไฟล์ขนาด 1.7 Mb ใช้เวลามากกว่า 2 ชั่วโมง! ทีแรกคิดว่าเป็นปัญหาจากทาง server ผมเมล์ถามตอบอยู่หลายครั้ง ทางนั้นก็บอกว่าไม่มีปัญหาใดๆ หรือพยายามลองใช้ FTP ผ่าน windows ก็ไม่สามารถเข้าได้อีกเช่นเดียวกัน

ครั้นจะ upload ทีละไฟล์แบบที่ลง wordpress แบบคราวก่อนนี่ก็ไม่ไหวแล้วครับ กลัวไม่สมบูรณ์เหมือนคราวที่แล้ว

เลยลองหาโปรแกรมอื่นมาลง ปรากฎว่าความช้าหายปลิดทิ้ง เร็วปื๊ดๆ เหมือนเดิม แถมหน้าตาก็คล้ายๆ หรือดูง่ายกว่าพี่เป็ดด้วยซ้ำครับ

โปรแกรมนี้มีชื่อว่า Fetch ครับ หลังจากที่ลองใช้ upload และ download แล้วอยู่ในขั้นดีมาก (เพราะมันเร็วกว่าเดิมเยอะ) ส่วน function มาตรฐานของโปรแกรมแนวนี้มีครบครับ click ขวาเลือก get info เพื่อตั้งค่า permission ได้อย่างสบายๆ

อยากให้มีโปรแกรมดีๆ ง่ายๆ ไม่ต้องอะไรมากแต่ครบทุกการใช้งาน และแครกได้ ฮ่าๆๆ แบบนี้บนวินโดนส์บ้างครับ

ปล. มีตังแล้วผมจะซื้ออุดหนุนเขาแน่ครับ

1 comment

Next Page »