UP2GU.NET

  • how2gu
  • another note

    aside 29 Mar

    จะ Google พื้นดำ หรือ Blackle โลกก็ยังร้อนอยู่ดี

    เราคงเคยได้ยิน Blackle ที่เป็น Search Engine แบบเดียวกับ Google แต่ต่างกันแค่มีพื้นดำ โดยบอกว่าใช้แล้วดี โลกไม่ร้อน ประหยัดไฟเห็นๆ 

    คราวนี้ Google ได้บอกตรงๆ กับผู้ใช้งาน ผ่านหน้าเว็บพิเศษที่จัดทำขึ้นเพื่อแสดงตัวช่วยรณรงค์กับโครงการ Earth Hour (กทม.ของเราก็ร่วมด้วย ด้วยการรณรงค์ปิดไฟ 1 ชั่วโมง ตั้งแต่ 2-3 ทุ่ม ของวันที่ 29 มีนาคม 2551 ในช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้ามากที่สุดช่วงหนึ่ง) ว่า…

    ทำไม Google จึงไม่เปลี่ยนหน้าโฮมเพจเป็นสีดำตลอดไป
    เรามุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบของภาวะโลกร้อนโดยกระตุ้นให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ แต่หลักฐานที่เรามีอยู่ปัจจุบัน (http://googleblog.blogspot.com/2007/08/is-black-new-green.html) แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนพื้นหลังให้เป็นสีดำอย่างถาวรนั้นไม่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมหรือต่อผุ้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม เราพยายามมองหาวิธีที่จะปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้ให้ดีขึ้นอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการวิจัยค้นพบสิ่งใหม่ ๆ เราก็อาจจะเปลี่ยนใจในเรื่องนี้

    อ้างอิงจาก : http://www.google.co.th/intl/th_th/earthhour/

    ทีนี้ร้อง “อ๋ออออ” กันทั้งบางเลยครับ เพราะการใช้พื้นดำหรือไม่ดำนั้น สุดท้ายหลอดไฟก็ยังคงทำงานอยู่ดี ซึ่งอาจจะมีผลของค่าความต่างกันแค่ 5-20% เท่านั้น แต่สิ่งที่มีผลต่อการกินไฟมากกว่า คือการตั้งค่า Brightness และ Contrast ของหน้าจอแต่ละเครื่องที่ต่างกันมากกว่า

    อีกประเด็นคือ เราเปิด Google แช่ค้างไว้นานแค่ไหน อย่างผมเองก็ใช้ Google เป็นแค่ทางผ่านไปยังเว็บที่สนใจ มากกว่าเปิดทิ้งแล้วนั่ง refresh ทั้งวัน มันก็น่าจะมีผลบ้าง แต่น้อยมาก

    แต่หากจะเถียงกันว่า เปิด Google หรือ Blackle อะไรจะช่วยโลกได้ดีกว่ากันนั้น มันมีวิธีที่ง่ายและประหยัดกว่า เช่น ปิดจอเมื่อไม่ใช้งาน หาสวิตซ์ไฟแบบตั้งเวลาตัดไฟอัตโนมัติเวลาเราชาร์จมือถือ, ipod หรือโน๊ตบุ๊คข้ามคืน และไม่ต้อง sleep โน๊ตบุ๊คโดยไม่จำเป็น ถ้าคิดว่าอีกชั่วโมงข้างหน้าคงไม่ได้ใช้อะไรก็ปิดไปเหอะ มันจะเสียเวลาบู๊ตเครื่องซักเท่าไหร่กันเชียว

    ผมว่าข้อแนะนำ (ที่เคยได้ยินจากคนอื่น) เหล่านี้ น่าจะเป็นการประหยัดอย่างจะแจ้งมากกว่านะครับ

    aside 27 Mar

    จำเป็นไหม ที่ต้องซื้อ Apple Care For Macbook

    เดือนก่อนโน๊ตบุ๊ค Acer ตัวเก่าที่ผมใช้งานอยู่ประจำเกิดเดี้ยงสองครั้งติด ครั้งแรกยังไม่ทันจะบู๊ตวินโดนส์เสร็จก็ดับไปซะงั้น ร้านบอกว่าไม่มีอะไรเสียให้ลงโปรแกรมใหม่ก็ใช้ได้ ครั้งที่สองเลยเสียจริง เป็นที่ Power Supply กับชิป All in One อะไรซักอย่าง เสียค่าเปลี่ยนอะไหล่ไป 3,500 ถ้วน

    นึกย้อนกลับไป โน๊ตบุ๊คเครื่องแรกตัวนี้ของผมอายุน่าจะ 4 ปีได้แล้ว สภาพจอเริ่มเหลือง ซีดีไดร์ฟพังไปตั้งแต่หมดประกันหมาดๆ ไดร์ฟเอก็ใช้งานไม่ได้เป็นอาการหลักของเครื่องรุ่นนี้ ฮาร์ดดิสก์พังไปแล้วก็ซื้อเปลี่ยนใหม่ พร้อมกับ CD External ที่แกะมาจากเครื่อง PC แล้วต่อกล่องเอา

    ถ้ารวมค่าซ่อม ค่าอุปกรณ์เสริมต่างๆ น่าจะอยู่ในราวๆ 8 พันกว่าบาทได้ครับ

     

    ทีนี้กลับมาที่ Macbook ที่กำลังจะหมดอายุประกันของผมบ้าง หลายคนคงต้องมีอาการลังเลใจในการซื้อ Apple Care หรือไม่ เพราะราคาขาย 8,990 บาท ค่อนข้างแพงเอาเรื่อง ในยุค 32 บาท/ดอลล่าร์สหรัฐ ทำให้ราคา Apple Care ถ้าซื้อจากอเมริกาจะตกอยู่แค่ 8 พันนิดๆ ถ้าถูกสุดก็ที่ฮ่องกง ราคา 7 พันกว่าๆ ครับ แต่สิงคโปร์แพงกว่าบ้านเรา ประมาณ 9 พันกว่าๆ และราคาของ Apple Care สำหรับ Macbook นั้นก็แพงกว่าสำหรับ Macbook Pro ซะอีก แพงรองลงมาจาก Macbook Pro (เดาว่ามันเปราะกว่า เลยต้องจ่ายแพงหน่อย) 

    งั้นผมขอวิเคราะห์จากสภาพการใช้งานจริง เรียงลำดับความน่าจะเป็นในการเสียของอุปกรณ์ต่างๆ ใน Macbook ที่อาจจะเจอก่อน-หลัง

    1. เคสร้าวในทุกบริเวณ - อาการนี้ถ้าไม่เจอ ผมว่าเชยเข้าขั้น รู้ถึงไหน อายถึงนั้น กิ้วๆๆ 
    2. คีย์บอร์ดพัง – ช่างบอกว่ามีเคสนี้มาบ่อยครับ หรือไม่ก็เกิดซน ไปแงะปุ่มมันเล่น ก็มีสิทธิ์เจ๊งได้ง่ายเช่นกัน
    3. ซีดีพัง – บอกแล้วว่าอย่าดูหนังโป๊บ่อย ยิ่งแผ่นเป็นรอยมาก ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสพังให้มากตามไปด้วย
    4. ฮาร์ดดิสก์เดี้ยง – ในรอบประกันฮาร์ดดิสก์มาตรฐาน 5 ปี ผมว่าคุณต้องโดนก่อน 3 ปีแน่ๆ
    5. หน้าจอประหลาด – เกิดอาการ Dead Pixel หรือภาพเป็นเส้น หรือจอแตกเพราะทำหล่นอย่างแรง

    นี่คือชิ้นส่วนที่(น่าจะ)เคลมได้ในระยะเวลาประกันที่เพิ่มอีก 2 ปี ของ Apple Care ที่เหนือกว่าการซื้อประกันของโน๊ตบุ๊คยี่ห้ออื่นๆ ที่จะจำกัดเวลาเพิ่มแค่ปีเดียว

    แต่อย่าลืมอีกประเด็นที่สำคัญ คือ ถ้ามันเกิดอึดแล้วไม่เสียอะไรเลยขึ้นมา ก็ต้องจ่ายแปดพันฟรี? หรือเป็นเครื่องเทพ ทุกอย่าง DIY เองได้หมด อะไรเสียก็ซื้อเปลี่ยนเอง (แน่นอน เว็บเมืองนอกมีบอกอย่างละเอียดทุกขั้นตอน) หรือถ้าเกินเยียวยาก็ต่อออก External เพิ่มเอาได้ เงินแปดพันนั้นอาจเป็นค่าอะไหล่หรือเป็นค่าอัพเกรดเครื่องให้แรงขึ้นอีกก็ได้

     

    สรุปแล้ว ซื้อไม่ซื้อมีค่าเท่ากัน ต่างแค่คุณค่าทางจิตใจ เหมือนมีพระคล้องคอเลยไม่กลัวผี แต่จริงๆ ผีอาจจะไม่กลัวพระก็ได้

    แต่เตรียมใจ และเตรียมตังไว้ได้เลย เพราะมันต้องเสียแน่ๆ หึหึ..

  • Last twit

    • @vuzdy ใช่แล้วครับ ผมพยายามหาเว็บที่เคยเปิดแล้วอ่านไทยไม่รู้เรื่องอยู่ 9 hours ago
  • Index

    • About up2gu.net
  • Categories

    • Blog Life
    • LAB
    • Tech Know
    • Twitter
    • VERYTHAI
    • WordPress

Tumblog WordPress Themes by Theme created by Obox