Archive for November, 2007
Nokia 2630 ราคาบ้านๆ ฟังก์ชั่นอย่างเทพ!
หลังจากที่หันหลังให้ Nokia ไปนานเพราะติดที่เรื่องความคุ้มค่าเรื่องราคาที่สูงเกินไป แต่ในที่สุดก็ต้องมาลงเอยกับ Nokia 2630 ด้วยราคาเบาๆ เพียง 3450 บาทเท่านั้นครับ

จุดเด่นของ Nokia 2630 คือความบางและเบาครับ ซึ่งผมค่อนข้างให้ความสำคัญมากกว่าการใช้งานของเครื่องจริงๆ พร้อมกับความแข็งแรงของวัสดุที่ใช้ เพราะมันหมายถึงว่า มือถือที่ดีนั้นเราควรใช้งานมันได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกสภาวะต่างๆ ไม่ว่าจะต้องเดินทางไกล หรือเบียดเสียดคนมากเท่าไหร่ มันต้องพร้อมที่จะใช้งานและทนทานกับการใช้งานจริง
แต่ก็ไม่ใช่ว่าลูกเล่นจะบางเบาเหมือนตัวเครื่องนะครับ น่าสนใจคือ Nokia 2630 สามารถใช้งาน Edge และ Bluetooth ได้ ถ้าผู้ใช้เป็นพวกชอบอ่านข่าวตาม wapsite หรือเอามือถือไปต่อเน็ตกับ laptop ลำพังแค่ GPRS ธรรมดาเอาไม่อยู่แน่ๆ ครับ มีวิทยุ และ speaker phone ด้วยครับ
ราคาไม่ถึงสี่พัน ฟังก์ชั่นครบ ดีไซน์เรียบๆ ดูเนียนตา กับคุณภาพระดับนี้ก็ถือว่าแจ่มทีเดียวครับ อุปกรณ์ที่มากับกล่องมีที่ชาร์จและหูฟัง แต่ข้อเสียของมันคือกล้องที่มีความละเอียดน้อยไปนิด และ Memory ในตัวเครื่องมีแค่ 10 Mb เท่านั้น เพิ่มไม่ได้ด้วย เป็นการตัดฟังก์ชั่นเพื่อทำให้ราคาต่ำลงมาขนาดนี้ได้ แล้วเรื่องของลำโพงทั้งลำโพงหูฟังเวลาโทร และลำโพงข้างนอกนั้นก็ไม่ค่อยดังใสชัดเท่าไหร่ อยู่ในระดับกลางๆ เท่านั้น และเวลาถอดซิมออกจะค่อนข้างลำบาก ไม่เหมาะกับการสลับใช้งานบ่อยๆ แน่
ถ้าเต็มสิบ เอาไปซักแปดครึ่งแล้วกันครับ ของเค้าถูกและดีจริงๆ
ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.thaimobilecenter.com/spec/Nokia_2630.asp
No commentsFat Festival ทั้งหก ในความทรงจำ
เพิ่งค้นพบว่าตัวเองใกล้ถึงเวลาแสวงหางานเฟสติวัลใหม่ๆ แทนงานแฟตฯ ซะแล้วครับ สงสัยต้องเปลี่ยนกลุ่มไปงานแจ๊ส เฟสติวัลที่หัวหินแทนแล้วกระมัง เฮ้อ.. งั้นมาย้อนอดีตกันว่าแฟตฯ ทั้งหกของผมเป็นอย่างไรกัน
งานแฟตครั้งแรก ที่โรงงานยาสูบ
เปรียบเสมือนรักแรก ได้เห็นคนทำหนังสือทำมือจุดเทียนขายนั่งพูดคุยกับคนซื้ออย่างใกล้ชิดหน้าเวทีคอนเสิร์ตและหนังสั้น สภาพแออัดคับแคบไม่มีที่จอดรถ แถมอาคารก็เก่าเสียจนการย่างก้าวต้องระมัดระวัง แต่นั่นคือการดั้งด้นเพื่อแสวงหาของคนแนวๆ ในยุคนั้น
งานแฟตครั้งที่สอง ที่อิมพิเรียลลาดพร้าว
ซุ้มหนังสือทำมือเป็นห้องขนาดใหญ่ คนขายกับคนเดินซื้อแน่นจนแทบไม่มีที่จอดให้เลือกอ่านหนังสือ พอขายหนังสือได้ก็ไปละลายกับซีดีเพลงแปลกๆ หรือไม่ก็ซีดีเบเกอรี่ที่หาซื้อยากๆ ถึงเวลาก็ไปต่อแถวดูสะเก็ดเลือดตามผนัง พร้อมด้วยเด็กเดฟอีกเป็นร้อยคน ที่ต่อคิวรอไปตีกันในเวทีที่ Groove Riders แสดง!
งานแฟตครั้งที่สาม ที่สวนสยาม
ฝากน้องสาวเอาหนังสือทำมือไปขาย มันบอกว่าขายได้ไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ได้แฟนเป็นคนขายหนังสือซุ้มข้างๆ มาแทน ฮ่าๆๆ
งานแฟตครั้งที่สี่ ที่สนามม้านางเลิ้ง
มาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด แต่ไม่เพียงพอสำหรับงานที่วัยรุ่นกรุงเทพฯ และปริมณฑลกล่าวขวัญ บรรยากาศดิบๆ ทึมๆ ของสนามม้าทำให้การไปเยือนงานนี้คนเดียวของผมรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่ แต่เป็นครั้งแรกที่ได้ดูวงดนตรีจากญี่ปุ่น ได้ไปโยกหัวซุ้ม HipHop และดู Visual เท่ๆ ในซุ้มโดม
งานแฟตครั้งที่ห้า ที่แดนเนรมิต
ห้าครั้งที่จัดกลางแจ้งแทบไม่มีปัญหาเรื่องฝนเลย แต่ปีนี้คงบนบานกันไว้ไม่ดีฝนเลยกระหน่ำกันสองวัน มีเทคเงียบมาเป็นของแปลกให้ลอง ซุ้มหนังสือทำมือมีน้อยลงแต่ขายหมดเกลี้ยง ตอนดึกๆ มาจุดเทียนวางขายกันต่อตามสองข้างทาง ส่วนซีดีเพลงทั้งหลายมีให้เลือกเยอะแยะเช่นเดิม
งานแฟตครั้งที่หก ที่ชาเลนเจอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี
การจัดในร่มบนศูนย์แสดงนิทรรศการที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตัดปัญหาเรื่องฝนตกและข้อจำกัดด้านอื่นของการย้ายสถานที่บ่อยๆ ได้เลย การจัดซุ้มเป็นหมวดหมู่มากขึ้นแต่เริ่มแสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่า งานแฟตกำลังจะกลายเป็น “งานสัปดาห์หนังสือของวงการเพลง” ที่ทุกคนจะขนและเข็นงานให้ออกมาทันช่วงนี้ให้ได้ สำหรับเพลงแล้วถือว่าเป็นช่วงเวลาขายที่ดี แต่หนังสือทำมือปีนั้นถือว่าน่าผิดหวังอย่างมาก