Skip to content →

รีวิวโรงแรมสุนัขและสระว่ายน้ำ Dogdays รามอินทรา 60

 

วันนี้มีภารกิจพิเศษ เพราะ Subaru Thailand ใจดีให้ยืมรถ Subaru Forester XT มาให้ขับกัน ทีแรกก็คิดว่าจะไปลงพื้นที่บริจาคของให้เด็กๆ แต่เนื่องจากเวลาเตรียมงานไม่ทัน เลยเปลี่ยนเป็นช่วงก่อนวันเด็กแทน และเปลี่ยนแผนเป็นการพาหมาๆ ที่บ้านไปว่ายน้ำครั้งแรกกัน คิดซะว่าให้ของขวัญปีใหม่สาวๆ หลังจากที่ไม่ค่อยได้พาไปเที่ยวไหนในรอบปีนี้เท่าที่ควร

และสถานที่ที่จะพาไปวันนี้ ไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่ครับ มีชื่อว่า Dogdays ย่านซอยรามอินทรา 60 เยื้องๆกับแฟชั่นฯ นั่นเอง

 

 

 

 

ปกติแล้ว ผมขับ Nissan March พาหมาไปเที่ยวอยู่บ่อยๆ ปัญหาที่เจอก็คือรถมันเล็กเกินไปที่จะพาหมาสองตัวไปไหนได้ จึงต้องสลับกันไปเที่ยว รอบนี้พอได้ Subaru Forester มา ถ้าตอนไม่พับเบาะมันก็ดูไม่ได้ใหญ่โตมากเท่าไหร่ แต่พอพับปุ๊บ พื้นที่กว้างเหลือเยอะมาก สามารถใส่ดอยปุย หมาลาบราดอร์ขนาดความจุ 40กิโล ได้สบายๆ 2 ตัว

 

ทีแรกตั้งใจว่าจะพาดอยปุย ลาบราดอร์อายุ 4 ขวบ กับชัชช่า หมาสามขาจอมแสบไปว่ายน้ำด้วยกัน แต่ปรากฎว่าระหว่างพาอุ้มขึ้นรถ แล้วกดปุ่มปิดประตูหลังอัตโนมัติ ชัชช่าเกิดเปลี่ยนใจกระทันหัน กระโดดลงจากรถทันทีทั้งที่ประตูหลังกำลังจะปิด ผมต้องเอาแขนขวางประตูไว้เพราะกลัวว่าประตูจะหนีบหัว แต่ที่ประตูมีเซนเซอร์ครับ ทันทีที่มีอะไรขวางการปิด มันจะหยุดทำงานทันที แล้วเราสามารถยกประตูนั้นแบบปกติได้แทน ก็อุ่นใจได้ในระดับนึงครับ แต่ต้องแลกมาด้วยรอยช้ำที่แขนขนาดใหญ่แทนในจังหวะขวางประตูนั้น

ในระหว่างการเดินทาง Subaru Forester ก็มี Sun Roof มาให้ด้วยนะ จริงๆแล้วน้อยครั้งมากที่เราจะหาโอกาสใช้ฟังก์ชั่นนี้บนรถ เพราะด้วยความที่แดดบ้านเรามันร้อนแรงเหลือเกิน แต่มันคือข้อดีของการถ่ายรูปในรถครับ เพราะจะได้แสงธรรมชาติเข้ามาเต็มๆ ทำให้ถ่ายภาพได้ง่ายขึ้น แถมยังมีบรรยากาศใหม่ๆ ให้ตื่นเต้นทั้งคนทั้งหมาอีก

ทีนี้เรามาเข้าเรื่องที่จะรีวิวร้าน DogDays กันหน่อยนะครับ ร้านนี้อยู่ซ.รามอินทรา 60 ขับรถมาก็ค่อนข้างสะดวก ไม่ไกลจากถนนใหญ่มาก มีป้ายบอกทางชัดเจน มีที่จอดรถด้านหน้าอยู่ราว 10 คัน ในร้านแบ่งออกเป็น 4 โซน โซนแรกคือร้านอาหารครับ มีบริการทั้งอาหารคน และอาหารหมาแบบพรีเมี่ยม มีกระจกไว้มองสนามหญ้า หรือเห็นโซนสระว่ายน้ำได้ด้วย

 

ถัดไปด้านใน คือ โซนสนามหญ้าครับ มีความกว้างอยู่พอควรที่จะให้หมาตัวใหญ่วิ่งเล่นได้ มีถังน้ำให้หมากิน มีโซนให้อึได้อย่างเป็นระเบียบ มีของเล่นให้คาบเล่นบ้างสบายๆ ที่สำคัญคือ ถ้ามาช่วงบ่ายๆ แดดร่มแล้วครับ ไม่ร้อนจนเกินไป

โซนถัดมาอยู่ข้างสระน้ำ คือโซนโรงแรมสุนัข มีคอกราวๆ 10-15 คอก ปรับอากาศทั้งหมด พื้นค่อนข้างสะอาด ไม่มีกลิ่นอึหรือฉี่แต่อย่างใด ห้องใหญ่ๆ ก็ราคาราวๆ 700-800 บาท/คืน แล้วแต่ขนาดของสุนัขครับ ถ้าเล็กกว่าลาบราดอร์ ก็น่าจะราคาถูกกว่านี้

 

โซนที่เป็นไฮไลท์ของงาน คือ สระว่ายน้ำครับ ขนาดความกว้างราว 4×6 เมตร ด้านนึงเป็นบันไดที่ให้หมาลงหรือขึ้นจากน้ำได้ง่ายๆ อีกสามด้านคือขอบสระปกติครับ หมาตัวใหญ่ก็ปีนขึ้นลำบาก สระและบริเวณรอบสระค่อนข้างสะอาด ไม่มีขนหรือสิ่งแปลกปลอมลอยอยู่บนผิวน้ำเท่าไหร่ เพราะในสระเองมีการเป่าน้ำอยู่ตลอดเวลาด้วย

ก่อนพาหมามาว่ายน้ำ ก็ถามคนที่เคยพาหมามาว่ายน้ำมาก่อนว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไร เลยจดมาเป็นข้อๆไว้ให้อ่านง่ายๆ

  • Q: จะต้องอาบน้ำก่อนมั้ย
    A: ไม่ต้องก็ได้ เพราะก่อนลงสระต้องอาบน้ำก่อน
  • Q: เจ้าของจะอยู่ในสระได้หรือไม่
    A: จะลงไปอยู่ในสระก็ได้ หรืออยู่ริมขอบสระก็ได้ ตามสบาย
  • Q: หมาทุกตัวว่ายน้ำได้หรือไม่
    A: หมาสามารถว่ายน้ำได้ แต่สุขภาพของแต่ละตัวไม่เหมือนกัน ที่สระมีชูชีพหมาให้ใส่ ก็เบาแรงได้
  • Q: ถ้าหมาปวดฉี่ปวดอึในน้ำ จะทำอย่างไร
    A: จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่ และพาพักเบรคอยู่เป็นระยะๆ
  • Q: 1 ชั่วโมง ว่ายน้ำได้กี่รอบ
  • A: ถ้าไม่เคยมาว่ายน้ำเลย น่าจะได้ราวๆ 10-12 รอบ (รอบหมายถึงว่ายจากฝั่งนึงไปอีกฝั่งนึง)

ที่ร้านบอกว่า ถ้าไม่เคยพามาว่ายน้ำเลย ครั้งแรกจะให้ว่ายน้ำแค่ 50 นาที เพื่อไม่ให้เหนื่อยเกินไป เมื่อว่ายเสร็จ ก็มีบริการอาบน้ำให้ด้วย นี่ก็แอบสงสัยอยู่เหมือนกันว่าที่ร้านมีแชมพูวิเศษอะไร พออาบดอยปุยปุ๊บ ขนสีขาวข้าวฟ่างมากกกกกก น่ารักเว่ออออออ แต่ถ้าอาบที่บ้าน เช็ดขนเสร็จออกมาเป็นสีทองเฉย งงเหมือนกัน 555

รวมระยะเวลาในการว่ายน้ำ ราวๆ 50 นาที กับการอาบน้ำและเป่าขนให้แห้งอีกราวๆ ครึ่งชั่วโมง เบ็ดเสร็จราคาอยู่ที่ 750 บาท จะถูกหรือแพงอันนี้ก็แล้วแต่ผู้ที่เคยใช้บริการหรือพาหมาไปว่ายน้ำนะครับ แต่สำหรับผมถือว่าราคาไม่แพงมากนัก และทางร้านแนะนำว่า ถ้าซื้อแพ็คเกจรวดเดียว 10 ครั้ง ก็จะมีราคาที่ถูกกว่า ยังไงก็ลองเข้าไปดูรายละเอียดที่ Facebook ของ DogDaysBkk ได้เลยนะครับ

ส่วนเรื่องการขับ Subaru Forester สำหรับพาหมาไปเที่ยว ผมว่าค่อนข้างดีกว่าใช้รถเก๋ง 5 ประตู หรือรถกระบะ ตรงที่มันค่อนข้างนิ่มและทรงตัวดี สังเกตจากตอนขาไป ดอยปุยยืนตลอดทางก็แทบไม่มีกลิ้งให้เห็น ไม่เหมือนตอนที่ขับ Nissan March พาไป อันนี้กลิ้งกันประจำ พอพับเบาะแล้วยิ่งได้พื้นที่ที่กว้าง สามารถนอนสบายๆ ได้ 2-3 ตัวเลยครับ แต่ข้อเสียอย่างนึงคือ รถสูงไป ทั้งๆที่ Forester เตี้ยกว่ากระบะยกสูงของที่บ้านอีกนะ ทำให้การขึ้นรถไปไหนมาไหนจะต้องช่วยอุ้มซะหน่อย แต่ตอนลงมาไม่มีปัญหาครับ ดอยปุยกระโดดลงได้สบาย

รอบนี้ได้ #FeelSubaru ของจริงแล้ว ทั้งคนทั้งหมาเลย 😀

Published in Travel