Skip to content →

รีวิวมือถือ Obi Worldphone SF1

 

ช่วงนี้กำลังอินกับมือถือราคาไม่เกิน 8,000 บาท ที่มีสเป็กรองรับการใช้งานทั่วไปอย่างเล่นเฟซบุ๊ก ไลน์ ทวิตเตอร์ เช็คเมล์ได้ลื่นไหล (ไม่เน้นเกม) กล้องถ่ายรูปดีพอใช้งานได้ไม่น่าเกลียด น้ำหนักเบา และดีไซน์แปลกกว่าคนอื่น เพราะเอาเข้าจริงแล้ว การซื้อมือถือแพงเกินหมื่นบาท รู้สึกได้ว่ามันสิ้นเปลืองเงินโดยใช่เหตุนะ แล้วพอรู้ว่า Obi Worldphone จะมาเปิดตัวในไทยครั้งแรก เลยต้องรีบบึ่งรถไปดูให้เห็นกับตาซะหน่อยว่าเป็นไง

 

 

ก่อนอื่นขอแจ้งว่า ผมไม่สนใจเรื่องสเป็คอย่างที่คนอื่นๆ เป็นกันนะครับ จริงๆ ความต้องการขั้นต่ำของผมในการซื้อมือถือไม่เกิน 8,000 บาท คือ มี Rom 16GB กับ RAM 1GB ขึ้นไป ก็พอแล้ว ไม่สนใจแม้กระทั่งว่าจะมีเคสเยอะมั้ย ติดฟิล์มที่ไหน ศูนย์บริการดีป่าว เพราะเอาเข้าจริงมันคงไม่ได้มีวาสนาอยู่กับผมได้เกิน 1 ปีแน่ๆ (ถ้าไม่พังหรือไม่ขายทิ้งก่อน ก็คงถูกโละเป็นสมบัติพ่อแม่ต่อไป)

อ่ะ.. เข้าเรื่องนิสนุง Obi Worldphone เป็นมือถือแอนดรอยด์ที่ขายตัวเองว่า “เท่แบบซานฟรานซิสโก” กล่าวคือ มันเน้นเรื่องดีไซน์ที่แปลก กับวัสดุที่ดูแพง จากแรกจับนี่ค่อนข้างเชื่อเลยว่า เค้ามาแบบซานฟรานฯ จริงๆ งานประกอบเนี๊ยบ จับแล้วไม่สะดุดมือ ให้ความรู้สึกของโลหะหน่อยๆ ไม่ใช่เป็นงานขึ้นรูปพลาสติกแบบที่มือถือแอนดรอยด์ในช่วงราคานี้เป็น ให้อารมณ์เดียวกันเหมือนตอนที่เคยถือ iPhone5 เลยนะ

back obi sf1

 

พอความรู้สึกของ iPhone5 มาหลอกหลอน สิ่งแรกที่ทำคือ การใช้เล็บ “ขูด” บริเวณโดยรอบตัวเครื่องทันที แล้วส่องหาว่าตรงไหนจะเป็นรอยบ้าง ทำอยู่จนเจ็บนิ้วแล้วก็ไม่พบรอยขีดข่วนใดๆ ให้ชอกช้ำใจแบบ iPhone5 งั้นตัววัสดุถือว่าผ่านนะ แต่การจับถนัดมือมั้ย อันนี้น่าจะไม่ผ่าน เพราะมันมีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ ทำให้เวลาใช้อุ้งมือจับมือถือ เหมือนจะไม่กระชับมือเท่าที่ควร แล้วยิ่งวัสดุเป็นโลหะด้วย ก็ยิ่งให้ความรู้สึกว่าเหมือนมันพร้อมที่จะลื่นหลุดจากมือตลอดเวลา

ข้อนี้คิดว่า เค้าคงดีไซน์ขนาดมือถือแบบฝรั่ง มากกว่าเข้าใจขนาดมือถือแบบเอเชีย หรือไม่ก็ดีไซน์ขนาดตามกระแสมือถือทั่วโลกที่ต้องมีจอใหญ่ๆหน่อย

side obi sf1

ความเท่อีกอย่างของ Obi SF1 คือ กระจกที่นูนออกมาจากตัวเครื่อง แม้ว่ามันจะเสี่ยงที่จะโดนอะไรขีดข่วนหน้าจอมากกว่ามือถือที่มีจอวางอยู่เสมอกับขอบมือถืออยู่บ้างก็ตาม แต่เหมือนเป็นความตั้งใจที่พยายามบอกว่า จอของเราแข็งแกร่งนะเฟร้ย ไม่เป็นรอยง่ายๆ แน่ๆ

อันนี้ก็คงไม่เข้าใจคนไทยอีกอยู่ดีว่า สิ่งแรกที่คนไทยซื้อมือถือแล้วต้องทำเลย คือ ติดฟิล์มกันรอยที่หน้าจอ!

Refocus

zoom mode obi sf1

เรื่องกล้องใน Obi SF1 นั้น มีลูกเล่นที่เป็นจุดขาย คือ Refocus หรือการถ่ายรูปก่อน แล้วค่อยมาเลือกจุดโฟกัสทีหลัง เอาเข้าจริงพอถ่ายเองแล้วแอบมีความยากนิดนึงนะ ต้องถ่ายในสถานการณ์ที่มี Definition of Field ชัดเจน แบบวัตถุด้านหน้าห่างจากด้านหลังระยะนึงเลย ถึงจะเลือกโฟกัสได้ตามใจ ส่วนตัวมองว่าใช้งานจริงยากไปหน่อย

ส่วนเรื่องการซูม ที่บอกว่าโอ๊ยยยย..เราซูมได้เย๊อะะะะะะ เอาเข้าจริงก็ตามสภาพนะ ตราบใดที่ไม่ได้เป็น Optical Zoom แบบที่มีกระบอกเลนส์ยื่นออกมา มันก็ซูมแบบแตกๆ อยู่ดีอ่ะ จึงไม่น่าเป็นจุดขายอีกเช่นกัน

แต่ที่ใช้แล้วประทับใจ คือ การถ่ายภาพโหมด Panorama ที่เคยเล่นของทั้ง Note4 และ iPhone5S ค่อนข้างยาก ต้องทำมือนิ่งๆ อย่าขยับมือถือเร็วเกินไป แต่ใช้ Obi SF1 ลองถ่ายดู จะกวาดเร็วแค่ไหน ขยับมือถือยังไงก็ไม่ต้องมีอะไรแจ้งเตือน แถมได้รูปออกมาโอเคอีก เสียดายที่เซฟรูปออกจากมือถือเครื่องที่ลองไม่ได้อ่ะ

top down obi sf1

จุดขายอีกเรื่องที่ห้าวเป้งมากๆ ของ Obi SF1 คือ มีชิพเสียงของ Dolby ที่รับประกันคุณภาพเสียงได้ว่าแจ่มแมวมากๆ เลยทำให้เมื่อคุณซื้อ Obi SF1 มานั้น เราจะไม่แถมหูฟังกากๆ มาพร้อมเครื่องให้นั่นเอง เอ๊ะ.. คิดเอง เออเอง ไม่ถามลูกค้าอีกแล้ว ว่าแล้วก็เลยลองเทสเสียงดูครับ ที่น่าสนใจคือ การเปิดเสียงผ่าน Speaker Phone ที่มีลำโพงอยู่ด้านล่างนั้น ให้คุณภาพเสียงที่กล้าพูดว่า “สมจริง” ที่สุด ในบรรดามือถือต่ำกว่าหมื่น หรือสูงกว่าหมื่นบาทด้วยซ้ำ แล้วถ้ายิ่งได้หูฟังดีๆ ไปอีก ก็ทำให้คุณภาพเสียงยิ่งดีขึ้นไปใหญ่

Obi Sf1กลับกลายเป็นว่า Obi SF1 เป็นมือถือที่ทำการบ้านมาในเรื่องของ Entertainment ค่อนข้างสูงเลย จอสีสด ชิพเสียงดีเยี่ยม กับงานประกอบและดีไซน์ที่แตกต่างจากคู่แข่งในราคาเดียวกันพอควร ดังนั้นเลยมองว่า มือถือเครื่องนี้น่าจะเหมาะกับ Home User ที่ค่อนข้างเป็นคนเมือง และไม่อยากใช้ชีวิตซ้ำกับใครเท่าไหร่ เลยเปิดตัวสินค้าผ่าน Lazada.co.th เป็นที่แรกซะเลย

แต่ถ้าหากยังยึดติดกับเรื่องสเป็กอื่นๆ ขอเชิญป้ายหน้าครับ

มาดูคะแนนกัลลลลล
  • งานดีไซน์ การเลือกใช้วัสดุ และคุณภาพงานประกอบ
  • น้ำหนัก และความถนัดมือ
  • ลูกเล่นของกล้อง และคุณภาพของภาพเมื่อดูบนมือถือ
  • ความคุ้มค่าในการใช้งานระดับ Home User
  • ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา

อยากเท่..ก็ลองดู

อยากจะอินดี้ ก็ต้องถือความเสี่ยงไว้ด้วย ตั้งแต่ปัญหาของมือถือล็อตแรกๆ ศูนย์บริการที่อาจจะยังงงๆ อยู่ แต่ถ้าคิดว่ามันก็คือความเสี่ยงทั่วไปที่ไม่ว่าจะซื้อกับแบรนด์ไหนก็ต้องเจอ แล้วแต่ดวงว่าจะซวยแค่ไหน นี่คือมือถือราคาต่ำกว่า 8,000 บาท ที่คุ้มค่าและโดดเด่นพอที่จะถือฟังเพลงบนรถไฟฟ้าแล้วไม่อายใคร เหมาะกับคนเมืองมากกว่าต่างจังหวัดอย่างชัดเจน

4.2

Published in Tech Know