Skip to content →

เมื่อวันที่ฉันคิดอยากจะเป็นคนขับรถแท็กซี่ Uber

การที่เป็นคนกรุงเทพตั้งแต่กำเนิด ใช้ชีวิตด้วยขนส่งมวลชนไปไหนมาไหนเองตั้งแต่ ป.4 รู้เส้นทางไปนั่นมานี่เกือบทั่วกรุงเทพ เลยมีความคิดว่า อาชีพที่น่าจะเหมาะกับเราที่สุดอีกอาชีพ ถ้ารถไม่ติดหนักเช่นทุกวันนี้ ก็คือเป็นคนขับรถแท็กซี่นั่นแหละครับ และเมื่อกรุงเทพคือบ้านของเรา ทำไมเราถึงไว้ใจคนขับรถแท็กซี่จากต่างจังหวัดว่าเขาจะรู้ทางดีกว่าเราได้ยังไง บ้านใครบ้านมันซิครับ ของแบบนี้ 555

แต่การจะประกอบอาชีพคนขับรถแท็กซี่จริงๆนั้น ต้องใช้ความตั้งใจที่มากกกกกก มากกว่าหลายๆอาชีพ จริงๆแล้วเคยพูดคุยกับคนขับแท็กซี่หลายคน บ้างก็ส่งลูกมาเรียนทุกวันด้วยแท็กซี่ เสร็จแล้วก็แวะรับผู้โดยสารต่อ บ้างก็เก็บเงินเก็บทองไต่เต้าจากคนขับแท็กซี่เช่า จนกลายเป็นเถ้าแก่ปล่อยรถให้เค้าเช่าอีกที อย่างที่คนขับแท็กซี่หลายๆคนบอกไว้ครับ ว่าอาชีพนี้หรืออาชีพไหน ถ้าตั้งใจทำอย่างสุจริต ผลที่ได้รับออกมามันก็จะดีเองครับ :)

ครั้นจะให้ตัวเองกลายเป็นคนขับแท็กซี่อย่างจริงจังก็คงลำบาก เพราะเป็นคนที่เริ่มขับรถเป็นระยะเวลานานๆ ติดต่อกันไม่ได้ ด้วยสภาพร่างกายที่แย่ลง การขับแท็กซี่อย่าง “ไม่เป็นทางการ” แบบ Uber จึงดูน่าจะตอบโจทย์มากกว่า จริงๆตั้งเป้าไว้ว่า การมาขับ Uber คงจะไว้ใช้เป็นการหาคนช่วยแชร์ค่าน้ำมันรถเวลาขับรถเข้าเมือง เอาไว้เพื่อช่วยคนตอนฝนตกรถติด อยากให้เค้าไปถึงบ้านกันไวๆ โดยไม่ต้องมายืนดักแย่งแท็กซี่ไปมา เพราะเราคือหนึ่งในผู้ที่ทนทุกข์กับระบบขนส่งมวลชนมาก่อน และเอาไว้ใช้หาประสบการณ์ชีวิตใหม่ๆ ไปในที่ๆ ยังไม่เคยไปในกรุงเทพ หรือได้เจอกับผู้คนที่ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในชีวิต แต่ต้องไว้ใจเพียงพอที่จะฝากชีวิตให้กันได้

UberX ถูกกว่าแท็กซี่ (ตอนเริ่มมิเตอร์เท่านั้นแจ้)

สิ่งที่ทำให้ Uber แตกต่างจากแอพเรียกแท็กซี่อื่นๆ คือ การทำให้คนทั่วไป ได้นำประสบการณ์การโดยสารแท็กซี่ นำทักษะการขับรถ นำความชำนาญเรื่องเส้นทาง มาแบ่งปันให้กับคนอื่น โดยมีค่าตอบแทนในระดับที่เหมาะสมราวๆ 4.5 บาท/กิโลเมตร ไม่รวมค่าเริ่มเดินทางตามโปรโมชั่น หรือการเหมาจ่าย 500บาท ในกรณีเรียกไปสนามบิน มีความปลอดภัยด้วยการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต สามารถตรวจสอบการเดินทางได้ตลอดเวลาผ่านเว็บไซต์ว่า วันนี้วิ่งไปกี่เที่ยว วิ่งไปที่ไหนบ้าง ใช้ระบบความไว้เนื้อเชื่อใจผ่านการให้คะแนนทั้งตัวของผู้โดยสารที่จะต้องให้คะแนน 1-5 ดาวกับผู้ขับรถ และผู้ขับรถเองจะต้องให้คะแนนผู้โดยสารเช่นกัน รวมทั้งความเสี่ยงหรือค่าเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากผู้โดยสาร เช่น หากผู้โดยสารอ๊วกใส่ ก็สามารถที่จะเบิกเคลมได้โดยตรงจากบัตรเครดิตของผู้โดยสาร

ส่วนรถที่นำมาใช้ขับในครั้งนี้ เป็น Nissan March ปี 2010 เลยครับ ไม่น่าเชื่อว่ารถแค่ 1200 ซีซี ที่ใครๆต่างเหยียดว่ามันเล็ก ทำอะไรไม่ได้นอกจากขับจ่ายตลาดธรรมดา จะได้อัพเกรดให้กลายเป็นแท็กซี่กับเขาได้ เพียงแต่บริเวณเบาะหลังต้องเก็บข้าวของให้ดี ทำให้ดูสะอาดสะอ้านหน่อย ก็สามารถรับลูกค้าได้แล้วครับ

ในเรื่องของการสมัครก็ไม่วุ่นวาย เพียงแค่เข้าไปที่ http://partners.uber.com สร้าง user ใหม่ กรอกข้อมูลส่วนตัว ชื่อ เบอร์โทร ตั้งชื่อกลุ่มเอาไว้ด้วย ในกรณีที่เผื่อว่าอนาคตจะขยับขยาย หาลูกน้องหลายๆคน มาช่วยขับ Uber แล้วเงินเข้าบัญชีเราคนเดียวก่อน (อมตังลูกน้องก่อนค่อยจ่ายค่าแรง) หรือกรณีที่มีรถหลายคน อยากจะเปลี่ยนคันขับรับลูกค้า หรือกรณีที่มีรถคันเดียว แต่ให้คนอื่นๆมาใช้ขับ พอเป็นก๊วนเดียวกันแล้ว อะไรๆ ก็ง่ายครับ

หลังจากกรอกข้อมูลเสร็จ เอกสารที่ต้องใช้เลย คือ ไฟล์สำเนาบัตรประชาชน, ไฟล์สำเนาใบขับขี่, ไฟล์สำเนาใบรายการจดทะเบียนรถ (หน้าเล่มสมุดทะเบียน ติดไฟแนนซ์อยู่ก็ทำได้), ไฟล์สำเนาใบชำระภาษีรถยนต์, ไฟล์สำเนาตารางกรมธรรม์รถยนต์ (จะชั้น 1 หรือ 3 ก็ได้หมด), และถ้าไม่มีใบขับขี่สาธารณะ จะต้องไปขอใบรับรองความเป็นคนดี จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 555 จริงๆ มันคือใบรับรองว่าคุณไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อนนั่นแหละ ต้องไปขอที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรงข้าม CTW เท่านั้นนะ

ขั้นตอนที่ผมทำ คือ สมัครผ่านเว็บ + ถ่ายรูปบัตรประชาชน ใบขับขี่ และเอกสารทุกอย่าง แล้วแนบเป็นไฟล์รูป upload ผ่านเว็บ แล้วรออีเมลเพื่อนัดอบรมที่อโศก ทาวเวอร์ ในวันนั้นทางทีมงานจะสอนวิธีการใช้แอพ Uber for Driver อย่างคร่าวๆ มีการตรวจสภาพรถ และถ้าใครส่งเอกสารครบหมดภายในวันนั้น ก็จะแจก iPad พร้อมที่ชาร์จในรถยนต์ให้ไปใช้งาน เรียกได้ว่าอบรมเสร็จปุ๊บ ขับออกไปรับลูกค้าได้ทันที ซึ่งการอบรมทั้งหมด ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครับ

ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังมีอีกหลายคำถามที่น่าสนใจจากผู้ขับท่านอื่น ที่ถามตอนอบรม หลายข้อที่ฟังดูแล้วมีประโยชน์ เช่น

Q : ถ้าตำรวจมาจับเพราะวิ่งรถผิดประเภทจะทำอย่างไร
Uber : ให้เค้าจับไป ปรับ 2,000 บาท แล้วเอาใบเสร็จมาเบิกที่เรา เดี๋ยวเราจ่ายให้เอง

Q : ถ้าขณะรับผู้โดยสารแล้วรถเกิดอุบัติเหตุ ประกันมาจ๊ะเอ๋แล้วบอกว่าเราใช้รถผิดประเภท ไม่จ่ายตังให้ จะทำอย่างไร
Uber : เดี๋ยวเราช่วยคุยกับประกันให้ ถ้าเค้าไม่จ่าย เดี๋ยวเราจ่ายให้เอง

Q : มีโบนัสอะไรให้บ้าง
Uber : ในอนาคต (อันใกล้) ในช่วงเวลาที่รถน้อย คนเรียกเยอะ จะมีตัวคูณค่าโดยสารให้ (x 1.5 หรือ x 2) , คะแนนคนขับได้มากกว่า 4.7 ขึ้นไป, วิ่งรับผู้โดยสารมากกว่า 40 เที่ยว/สัปดาห์ รวมทั้งในช่วงนี้ที่มีโปรโมชั่น Uber จ่ายเพิ่มจากค่าใช้จ่ายจริงอีก 90 บาท / เที่ยว

Q : ถ้าขับไม่บ่อยจะมีปัญหามั๊ย
Uber : ไม่มีนะ แค่จะมีทีมงานเราโทรไปถามว่าหายไปไหน แต่ถ้าหายไปนานๆ อาจจะต้องขอ iPad คืน

Q : ถ้าไม่ใช้ iPad ใช้อุปกรณ์ของตัวเองได้ไหม
Uber : กำลังจะมี Uber for Driver ให้โหลดได้ผ่าน App Store และ Google Play ขณะนี้กำลังทดสอบระบบกันอยู่

รวมทั้งอีกหลายๆ ข้อ ที่ส่วนใหญ่ผู้เข้าอบรมจะถามในเชิงเทคนิคปลีกย่อยในการรับผู้โดยสาร ความคุ้มค่าในการวิ่งรถ ไอ้เรามาในฐานะชิลๆ เลยไม่รู้จะถามอะไร

 

ไว้รอรอบหน้า เดี๋ยวจะมารีวิวประสบการณ์ขับรถ Uber รับผู้โดยสารครั้งแรกกันนะ :)

 

 

 

Published in VERYTHAI