Skip to content →

ประสบการณ์ในการเรียนภาษาอังกฤษ ที่ Wall Street English ตอนที่ 3 – กิจกรรมระหว่างเรียน

ถ้าจะพูดว่าเรียน Wall Street English เกือบแสนบาท แล้วให้เรียนกับคอม จริงๆมันเป็นประโยคที่ถูกครึ่งเดียวนะ เพราะถึงแม้บทเรียนแต่ละบท จำเป็นต้องเรียนกับคอมก่อน แล้วสอบกับครูเมื่อจบทั้งบทแล้ว แต่ยังมีกิจกรรมที่ให้ฝึกใช้ภาษาอังกฤษกับคนจริงๆ อยู่เพียบ เพียงแต่เขาไม่ได้บังคับให้นักเรียนทุกคนต้องเข้าคลาสเหล่านั้นเหมือนต้องสอบเมื่อจบบทนั่นเอง

กิจกรรมนอกห้องเรียนของ Wall Street English ที่สังเกตดู จะเป็นการฝึกใช้ภาษาในสถานการณ์จริงแบบที่เราต้องได้เจอแน่ๆ ไม่ได้เป็นเรื่องราวตามท้องเรื่องเหมือนในหนังสือ ในแต่ละคลาสจะมีโจทย์ที่แตกต่างกันออกไป ทั้งเรื่องที่เป็นสถานการณ์ เช่น เจ็บป่วยจะคุยกับหมอยังไง จะสัมภาษณ์งานยังไง จนกระทั่งเรื่องที่อยู่ในบรรยากาศขณะนั้น เช่น งานคริสต์มาส ลอยกระทง สงกรานต์ หนังซุเปอร์ฮีโร่ และอีกมากมาย

กลุ่มคนที่เข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้ก็จะเป็นหน้าเดิมๆ นะ สังเกตจากการเข้าคลาสปุ๊บ บางคนก็รู้จักกันหรือคุ้นหน้ากันแล้ว ก็จะทำให้บรรยกาศในคลาสนั้นสนุกขึ้นนิดนึง แต่ถ้าไม่ค่อยมีใครรู้จักกันเท่าไหร่ อาจจะตึงๆกันบ้าง เพราะต่างคนต่างไม่กล้าที่จะพูดออกไป กลัวจะผิด กลัวจะเปิ่นบ้าง

ในความเป็นจริงแล้ว เรียนกับคอมแม้จะทำให้เราพูดสำเนียงได้แม่นยำขึ้น แต่ความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษจะไม่ได้พัฒนามากเท่าการได้พบปะกับพูดคน ได้พูดกันจริงๆ ได้คิดแบบฉับพลัน ซึ่งจะทำให้การเรียนภาษาอังกฤษได้ผลมากกว่า

บังเอิญว่าผมมั่นใจที่จะพูดอยู่แล้ว ผิดถูกช่างมัน เลยไม่มีผลต่อการเรียนรู้เท่าไหร่ 😀

กิจกรรมของ Wall Street English หลักๆ เลย มีอยู่ 3 คลาส

  1. English Corner อันนี้จะอยู่บริเวณด้านนอก Speaking Center ใครๆก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยไม่ต้องจองล่วงหน้า ไม่จำกัดเลเวลด้วย กิจกรรมสนุกๆ จะจัดขึ้นทุกเดือน แต่ละสาขาก็แตกต่างกันไป ถ้าพูดให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น มันก็เหมือนเป็นงานปาร์ตี้เล็กๆ ที่มีตีมกำหนดไว้ เช่น ตีมดิสนีย์แลนด์ ทุกคนก็ต้องมาเป็นตัวละครเทพนิยายดิสนีย์ก็ว่ากันไป อันนี้น่าจะเหมาะกับเด็กๆ หรือวัยรุ่นหน่อย คนเข้าร่วมก็จะเยอะ จะได้ผลดีถ้าเข้าไปแบบสลายติ๋ม ไม่ต้องอายใดๆ
  2. Complementary Class เป็นคลาส 8 คน จะต้องทำการจองล่วงหน้า แต่ไม่จำกัดเลเวล จะเข้าไปเรียนแบบบทบาทสมมติ (Role Play) ว่าแต่ละคนในห้องจะเป็นใคร เช่น เป็นฝ่าย HR ที่ต้องสัมภาษณ์คน กับเป็นฝ่ายบริหาร ที่ต้องคุยกับ HR ว่าตำแหน่งงานนี้จะใช้ความสามารถอะไรบ้าง ในคลาสก็จะเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่า English Corner หน่อย จะได้ผลดีสำหรับคนที่ต้องการฝึกพูดและฝึกคำศัพท์
  3. Social Club ถือเป็นไฮไลท์ของกิจกรรมทั้งหมด มาเร็วเต็มเร็วตลอด จะต้องทำการจองล่วงหน้าและเลือกว่าเลเวลของเราจะได้เข้าคลาสไหนได้บ้าง กิจกรรมก็จะสนุกกว่า Complementary Class ได้เขียนคำศัพท์บนกำแพงกระจกแบบเท่ๆ ได้วาดรูปคำศัพท์ และเล่นบทบาทสมมติด้วย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฝึกคำศัพท์มากกว่าพูด

ปกติแล้ว คลาสที่ต้องจองอย่าง Complementary Class จะเต็มช้ากว่า Social Club ยิ่งถ้า Social Club มีตีมกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น สอนแต่งหน้า สอนทำขนม รับรองว่าแป๊บเดียวเต็มแน่

เสียดายจริงๆ ที่ไม่ได้ถ่ายรูปบรรยากาศระหว่างเรียนมาให้ดู เพราะเอาเข้าจริงตอนเรียนก็แทบไม่มีเวลายกมือถือขึ้นมาถ่ายเลย เดี๋ยวให้ตอบ ให้สลับถาม ให้เขียนคำศัพท์ ให้ชวนเพื่อนคุย ไม่ให้อยู่นิ่งๆเบื่อๆเลย สุดท้ายแป๊บๆ ก็หมดคลาส แล้วต้องออกไปจองคลาสหน้าต่อทุกที

ก็ดีเหมือนกันนะ เรียนกับคอมแล้วเบื่อ มาเจอคนใหม่ๆ บ้าง อาจจะได้พบสาวๆ น่ารักๆ ในคลาสก็ได้นะ 😛

 

Published in Blog Life