Skip to content →

Review : Toshiba Wifi SD Card (FlashAir)

จะว่าไป Wifi SD Card ไม่ใช่นวัตกรรมใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ อย่างน้อยการทำให้ Memory Card สามารถเข้าถึงผ่านสัญญาณ Wifi ได้นั้นก็เริ่มมีมา 3-4 ปีแล้ว เพราะเคยทำโปรเจคนึงส่งอาจารย์ตอนเรียน Product Design ได้ออกแบบประตูที่มีกล้องตาแมวถ่ายรูปได้โดยเชื่อมต่อผ่าน Wifi SD Card ครั้งนั้นมันมีชื่อเรียกทางการค้าอย่างเท่ๆ ว่า EyeFi แต่ความจุค่อนข้างน้อย และมีราคาที่แพงกว่า SD Card ปกติอยู่พอควร พูดง่ายๆก็คือ ยอมเสียเวลาเดินไปโหลดการ์ดน่าจะดีกว่า

มาในยุคปัจจุบัน ผู้ผลิตหลายค่ายต่างเริ่มทำ Wifi SD Card มาจำหน่ายบ้างแล้ว ที่เคยเห็นบ่อยหน่อยก็คงเป็น Sandisk เจ้าประจำของวงการนี้ และที่ได้ยินข่าวแล้วสะดุดหูคือ Toshiba ก็เอากับเค้าด้วย ด้วยชื่อทางการค้าว่า FlashAir

Photo 939
แกะกล่อง FlashAir กันสดๆ

โดยมาตรฐานการใช้งานปัจจุบัน SD Card ที่เหมาะมือที่สุด อย่างน้อยต้อง Class10 ที่รองรับการถ่ายวีดิโอแบบ FullHD ได้อย่างสบาย ไม่มีปัญหาเรื่องเม็มร้อน ไฟล์กระตุกเหมือนเมื่อก่อน และ Class10 เองก็มีให้ใช้งานหลากหลายราคามาก ขึ้นอยู่กับความเร็วในการโหลดข้อมูลจากการ์ดเข้าสู่คอม ดังนั้นเมื่อเป็น Wifi SD Card แล้ว ฟังก์ชั่นที่ต้องคำนึงคือความเร็วในการโหลดข้อมูลไร้สาย ทั้งเรื่องความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลผ่าน Wifi เช่น การดูไฟล์รูปหรือวีดิโอที่อยู่ในการ์ดผ่านมือถือระบบต่างๆ ความเร็วในการโหลดข้อมูลจากการ์ดผ่าน Wifi รวมทั้งความเสถียรในการใช้งาน ไม่ใช่จโหลดไฟล์ขนาดใหญ่มาแล้วโหลดไม่ทันครบ จู่ๆ Wifi ลอยหายไปตามลมซะงั้น

ขออธิบายการทำงานของ Wifi SD Card อย่างเข้าใจง่ายๆก่อนนะครับ มันคือการทำให้ SD Card ของคุณเปลี่ยนเป็น Wifi Router ดีๆนี่เอง หมายถึงว่า ถ้าคุณเอา Wifi SD Card นี้ไปใช้งานกับอุปกรณ์ใดๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายรูป กล้องวีดิโอ หรือแม้แต่เสียบคาคอมพิวเตอร์ไว้ มันก็จะทำให้เราเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ใน SD Card นั้นได้ทันที

ถ้าใช้กับกล้อง ก็เหมือนคุณซื้อฟังก์ชั่นใหม่ในการเข้าถึงรูปหรือวีดิโอผ่าน Wifi เช่น ถ้าเข้าผ่านมือถือ ก็จะเห็นข้อมูลใน Wifi SD Card เป็นโฟลเดอร์ เป็นรูป เราก็กดไปที่รูปนั้นแล้วเซฟเก็บใส่มือถือ แล้วอัพโหลดลง Social Media ได้อย่างเก๋ๆ ได้ภาพ IG ชัดแจ่มไม่เบลอเหมือนใช้มือถือถ่ายอีกต่อไป

ถ้าใช้กับคอม หรือกับ Tablet ก็จะเหมาะในการส่งไฟล์ข้ามกันระหว่างเครื่องโดยไม่ต้องเสียบ Flash Drive แล้วโยนไฟล์กันไปมาให้เสียเวลาอีกต่อไป

แต่การใช้งานทั้งสองรูปแบบ เราจะไม่เห็น Wifi SD Card เป็นอีก Drive นึงใน File Manager นะครับ ถ้าไม่ทำงานผ่าน Application ของผู้ผลิตเอง จะต้องเข้าผ่าน HTTP ด้วย Web Browser เทียบเท่ากับการโหลดไฟล์ผ่านเว็บไซต์ครับ เพียงแต่ไม่ได้โหลดไฟล์ผ่านอินเตอร์เน็ต ใช้แค่สัญญาณ Wifi ที่ SD Card ตัวนั้นส่งมา

Screen Shot 2557-06-18 at 1.34.12 PM
เห็น Wifi SD Card เป็น Wifi Router ตัวนึง

ความพิเศษของ Wifi SD Card จากโตชิบา คือ การมี Application ชื่อ FlashAir เป็น Freeware ทั้ง iOS และ Android (สำหรับผู้ใช้งานแอนดรอยด์แนะนำว่าเลือกอันที่เป็นผู้สร้างโดยโตชิบานะครับ เพราะมีทั้งของปลอมและเสียตังอยู่หลายตัว) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงไฟล์ที่ง่ายกว่าการเข้าผ่าน Web Browser ส่วนความเร็วในการโหลดไฟล์นั้นไม่ต่างกันครับ

Screen Shot 2557-06-18 at 1.34.26 PM
การเข้าถึงไฟล์ผ่าน Web Browser

แล้วกับการใช้งานจริงเป็นไงบ้าง ในที่นี้ผมจะไม่พูดเรื่องข้อมูลเชิงเทคนิคนะครับ โปรดกูเกิ้ลหาเอง ผมจะเล่าจากประสบการณ์ใช้งานในสถานที่จริงเป็นหลักครับ ก่อนอื่นผมใช้งานผ่าน DSLR ทั้งการถ่ายวีดิโอ และถ่ายภาพนิ่งในการทดสอบครั้งนี้ครับ

ความประทับใจของการใช้งาน Wifi SD Card จากโตชิบา คือ ความเร็วในการโหลดไฟล์ กับไฟล์วีดิโอขนาด 1.8GB ใช้เวลาเพียง 13 นาที หรือราวๆ 2.3 MB/Sec ถ้าเทียบกับ 10 MB/Sec ที่เป็นมาตรฐานความเร็วในการโหลดผ่าน Card Reader USB3.0

Screen Shot 2557-06-18 at 1.34.12 PM
ความเร็วจริงในการโหลดไฟล์วีดิโอ

บางคนเห็นตัวเลขนี้อาจจะคิดว่าช้าไปไหม งั้นเอาใหม่ครับ ไฟล์รูป JPG จากกล้อง DSLR ขนาดใหญ่สุดประมาณ 6MB หมายถึงว่าเราใช้เวลาโหลดรูปจากกล้อง DSLR ลงมือถือของเราเพียงแค่ไม่ถึง 3 วินาที และเมื่อลองใช้งานผ่านแอพฯ บนมือถือจริงๆ เมื่อเข้าถืงหน้าแสดงรูปรวมแล้ว กดไปที่รูปปุ๊บ รูปก็ขึ้นทันที กดเซฟปุ๊บ ไฟล์เข้ามือถือปั๊บ ไม่ต้องมารอ 3 วินาทีแต่อย่างใด

นั่นหมายถึงว่า Wifi SD Card มาเพื่อลดขั้นตอนที่เราต้องทำในการโหลดไฟล์ ตั้งแต่ปิดกล้อง > เปิดฝา > เอาการ์ดออก > เดินไปโหลดที่คอม > เลือกรูปที่ต้องการ > โหลดไฟล์จากการ์ดลงคอม มากถึง 6 ขั้นตอน เหลือเพียง เปิดกล้องทิ้งไว้ > เข้าแอพฯ > เลือกรูปที่ต้องการ > โหลดไฟล์ลง เหลือเพียง 4 ขั้นตอนเท่านั้น ที่สำคัญคือ มันทำงานได้โดยไม่ต้องปิดกล้อง!

และที่สำคัญ มันเหมาะกับคนถ่ายรูประหว่างเดินทางครับ หมายถึงว่าเราจะลดจำนวนอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นลงไปได้เยอะ เราแค่พกกล้องกับ Tablet ที่จุเยอะๆไปเที่ยวด้วย ชอบรูปไหนอยากแชร์เลย ก็กดจึ๊กๆได้ทันที ไม่ต้องแบกคอมให้วุ่นวายอีกต่อไป หรือแม้กระทั่งให้ใครในก๊วนถ่ายรูป แล้วเรามีหน้าที่รอดูดรูปสวยๆมาโหลดลงเน็ตก่อน โดยไม่รบกวนการถ่ายภาพ

 

ความประทับใจอื่นๆ ที่เจอ คือโตชิบามีการออกแบบ User Interface ที่ใช้งานง่าย แค่เข้าผ่านแอพฯ โดยไม่ต้องเลือก Wifi ให้ตรงกับ SD Card ก็จะลัดขั้นตอนไปได้ทันที, การดูไฟล์วีดิโอได้ทันที เราจะไม่ต้องทนดูจากจอเล็กๆ ลำโพงห่วยๆ ของกล้องอีกต่อไป รวมทั้งความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลจากผู้ใช้งาน สามารถตั้งชื่อ Wifi SD Card ที่จะปรากฎเป็นชื่อ Wifi Router ได้เอง หรือแม้แต่การเลือกให้การเชื่อมต่อผ่าน Wifi SD Card ขณะที่ยังเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้อยู่ เพื่อความสะดวกโหลดรูปลง แล้วส่งต่อรูปผ่านเน็ตได้ทันที

ข้อจำกัดในการใช้งาน Wifi SD Card คือ จะต้องทำการเปิดกล้องตลอดขณะที่กำลังโหลดไฟล์ผ่าน Wifi เพราะจำเป็นต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่กล้องในการส่งไฟล์ ถ้าเป็นการโหลดรูปคงไม่มีปัญหา เพราะแค่แตะๆปุ่มชัตเตอร์ก็เหมือนกับเปิดกล้องใช้งานอยู่แล้ว

แต่ข้อด้อยของ Wifi SD Card ของโตชิบาที่ผมเจอ คือ ความเสถียรในการใช้งาน  เช่น เข้าถึงไฟล์ใน SD Card ไม่ได้ ทั้งที่อยู่ในระยะไม่ถึง 5 เมตร และไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆ ต้องเปิดปิดกล้อง ปิดแอพ ปิด Wifi ที่มือถืออยู่หลายครั้งกว่าจะกลับมาใช้งานได้ หรือการใช้งานจริงที่ไม่เหมาะแก่การโหลดไฟล์วีดิโอขนาดใหญ่ อย่างเช่นการทดลองที่กล่าวในข้างต้น หมายถึงว่าถ้าอยากจะโหลดไฟล์ใหญ่ๆให้สำเร็จ กล้องต้องอยู่ในโหมดพร้อมใช้งานตลอดระยะเวลาที่ใช้ในการโหลดไฟล์ หมายถึงการสิ้นเปลืองแบตกล้องมากกว่าการถอดการ์ดไปโหลด

Screen Shot 2557-06-18 at 1.33.29 PM
สามารถดูไฟล์วีดิโอได้ทันที แต่ค่อนข้างช้าถ้าจะดึงไฟล์วีดิโอมาเก็บผ่าน Wifi

ด้วยราคาที่จ่ายเพิ่มจาก SD Card Class10 ปกติแค่เพียง 200-300 บาท แลกกับความสามารถของกล้องตัวเดิมที่เพิ่มขึ้น ประหยัดเวลาในการทำงาน และเพิ่มสะดวกในการเดินทางมากขึ้น ก็นับว่าเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจนะครับ อย่างทริปล่าสุดไปเที่ยวเกาหลี ได้ใช้รูปจากกล้อง DSLR อัพลงเฟสบุ๊คได้ทันที ขณะที่คนอื่นๆ ถ้าอยากโพสรูปทันทีต้องใช้กล้องมือถือถ่ายเท่านั้น เร็วในการแชร์เท่ากัน แต่คุณภาพภาพต่างกันเยอะครับ

เดินทางมาไกลแต่อยากแชร์ภาพไว แล้วทำไมยังต้องใช้มือถือถ่ายอีกหล่ะ ชิมิ ชิมิ 😛

Published in Tech Know